แถลงการณ์ประชาชนเครือข่ายแม่น้ำโขง เนื่องในวันหยุดเขื่อนโลก

International Day of Action Against Dams and for Rivers

14 มีนาคม 2569

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา แม่น้ำโขงที่เป็นสายเลือดของผู้คนในภูมิภาค กำลังถูกทำลายจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำตลอดลำน้ำโขงและแม่น้ำสาขา และเหมืองแร่ในภูมิภาคตอนบนของลุ่มน้ำ การพัฒนาเหล่านี้กำลังเปลี่ยนแม่น้ำที่เคยไหลอย่างอิสระให้กลายเป็นระบบอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ปนเปื้อนสารพิษและโลหะหนัก ก่อนไหลข้ามพรมแดน

แม่น้ำโขงเป็นพื้นฐานของชีวิต วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับธรรมชาติ เป็นระบบนิเวศที่หล่อเลี้ยงอาหาร การดำรงชีพ และความทรงจำร่วมของผู้คนมาหลายชั่วอายุคน การเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำจากการสร้างเขื่อนทำให้จังหวะของน้ำผิดเพี้ยน น้ำขึ้นลงผิดฤดูกาล ส่งผลให้พืชพรรณริมน้ำ สัตว์น้ำ ป่า ปลา พื้นที่ชุ่มน้ำ และวิถีการทำมาหากินของชุมชนเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว

ในช่วงเวลาเดียวกัน ภัยคุกคามของเหมืองแร่ในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงได้เข้ามาซ้ำเติม นั่นคือการทำเหมืองแร่หายากและแร่โลหะที่ป้อนอุตสาหกรรมพลังงาน เทคโนโลยี และการทหาร การทำเหมืองเหล่านี้ปล่อยสารพิษ โลหะหนัก และสารเคมีต่าง ๆ ลงสู่ระบบน้ำ หลายชุมชนต้องทนทุกข์กับสถานการณ์นี้ สารพิษนอกจากแพร่ลงสู่ระบบนิเวศ สะสมอยู่ทั้งในน้ำและในตะกอน แทรกซึมอยู่ในร่างกาย ส่งผลต่อสุขภาพของมนุษย์ สัตว์น้ำ การเกษตร และจะหมุนเวียนในห่วงโซ่อาหารต่อไปหลายชั่วอายุคน

ขณะนี้ เมื่อเขื่อนรวมกับเหมือง สายน้ำโขงที่ไหลเชื่อมโยงผู้คนหลายล้านชีวิตในหลายประเทศจึงกำลังกลายเป็นสายน้ำพิษ ที่ไม่หยุดอยู่ที่พรมแดนประเทศใดประเทศหนึ่งแต่ขยายตัวไปทั้งลุ่มน้ำ ความเสียหายเช่นนี้ไม่อาจฟื้นฟูได้ง่าย และในบางกรณีไม่สามารถย้อนคืนสู่สภาพเดิมได้เลย

ประชาชนในลุ่มน้ำโขงจึงกำลังเผชิญกับอันตรายที่ไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจของพวกเราเอง โครงการเขื่อนจำนวนมากถูกพัฒนาโดยการลงทุนข้ามพรมแดนและผูกพันกับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว ขณะที่โครงการเหมืองแร่ขนาดใหญ่ก็เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมระดับโลก การพัฒนาเหล่านี้เกิดขึ้นโดยปราศจากการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของชุมชนผู้ได้รับผลกระทบ

ภายใต้หลักการสากลด้านธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน รัฐมีหน้าที่ในการคุ้มครองประชาชนจากผลกระทบของกิจกรรมทางธุรกิจ รวมถึงกิจการที่รัฐเป็นผู้ลงทุนหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายในประเทศหรือข้ามพรมแดน การซื้อไฟฟ้าจากโครงการเขื่อน หรือการสนับสนุนโครงการพัฒนาใด ๆ ย่อมต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่อุปทาน และต้องไม่ละเมิดสิทธิของประชาชนหรือทำลายระบบนิเวศที่เป็นพื้นฐานของชีวิต

ในวันหยุดเขื่อนโลกปีนี้ ประชาชนเครือข่ายแม่น้ำโขงขอประกาศจุดยืนว่า

แม่น้ำโขงต้องไม่ถูกทำลายเพิ่มเติมจากโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ หรือกิจกรรมเหมืองแร่ที่สร้างมลพิษต่อสายน้ำและสิ่งมีชีวิตในลุ่มน้ำโขง การพัฒนาใด ๆ ที่ละเลยสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน และความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ไม่อาจเรียกว่าเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ และต้องไม่เกิดขึ้นอีก

เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทย รัฐบาลในลุ่มน้ำโขง บริษัทพลังงาน ผู้ให้เงินกู้ นักลงทุน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

1. ต้องยุติการผลักดันโครงการเขื่อนใหม่ในแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขา

2. ต้องตรวจสอบและควบคุมกิจกรรมเหมืองแร่ที่ก่อให้เกิดมลพิษข้ามพรมแดนอย่างจริงจัง

3. ต้องเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส

4. ต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับชุมชนและระบบนิเวศ

5. และต้องเคารพสิทธิของประชาชนในการมีส่วนร่วมตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของแม่น้ำที่พวกเราพึ่งพา

ประชาชนลุ่มน้ำโขงยืนยันว่า เรามีสิทธิที่จะมีน้ำสะอาด อาหารที่ปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ในบ้านเกิดของเรา เราขอปฏิเสธการพัฒนาที่ทำลายแม่น้ำ  ป่าไม้ ปลา และวิถีชีวิตของชุมชน และเราจะยืนหยัดร่วมกันเพื่อปกป้องแม่น้ำโขงให้ไหลอย่างอิสระต่อไป

การปกป้องแม่น้ำคือศักดิ์ศรี ความยุติธรรม และอนาคตของลูกหลาน

ขอให้แม่น้ำโขงไหลอิสระและปลอดภัย และขอให้ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นกับทุกชีวิตในลุ่มน้ำแห่งนี้

เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขง นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี

14 มีนาคม 2569

Scroll to Top