20 ปีของดอนทอละที ปัจจัยความสำเร็จในการจัดทำเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา

Mekong Watch Fact Sheet
20 ปีของดอนทอละที
ปัจจัยความสำเร็จในการจัดทำเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา
โดย ยูกะ คิกูชิ, แม่โขงวอช

1

บ้านทอละที (ดอนทอละที) ตั้งอยู่ตำบลเมืองโขง แขวงจำปาสัก ภาคใต้ของประเทศลาว เป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำโขงที่รู้จักในนาม “สี่พันดอน” ดินแดนอันมีปลาอุดมสมบูรณ์ ตลอดระยะเวลามากกว่า 20 ปี ชาวบ้านยังคงรักษาเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาแห่งนี้ไว้ได้ ด้วยสภาพมีดอนเป็นที่อยู่อาศัย จึงมีการจัดตั้งเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา เพื่อให้พวกเขาสามารถดูแลพื้นที่ใกล้เคียงได้เป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบัน แม้จะไม่มีใช้วิธีการวิทยาศาสตร์ในการประเมินเชิงปริมาณอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ดังชาวบ้านอ้างได้ แต่เพราะชาวบ้านได้ริเริ่มการดูแลเขตอนุรักษ์แห่งนี้มายาวนาน และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดมีประมงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการอนุรักษ์ทรัพยากรได้อย่างแท้จริง ในที่นี้ จึงได้ใช้การสังเกตและการสัมภาษณ์ชาวบ้านท้องถิ่น เพื่อค้นหาเหตุผลที่ทำให้เขตอนุรักษ์มีประสิทธิภาพ

 

บ้านทอละที

ที่ตั้ง: เมืองโขง จังหวัดจำปาสัก ประเทศลาว ใกล้ชายแดนกัมพูชา หมู่บ้านหรือดอนนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 200 ปี ประชากร(กรกฎาคม 2014) : 93 ครัวเรือน ประชากร 576 คน(เป็นผู้หญิง 304 คน)

อาชีพ: เกษตรกรรม ประมง จักสาน(ทำกระติ๊บข้าว) มี15 ครอบครัวที่มีข้าวเพียงพอต่อการดำรงชีวิตตลอดทั้งปี แต่ที่เหลือต้องพึ่งพารายได้จากการจับปลาและทรัพยากรอื่นๆเพื่อซื้อข้าว เมื่อเร็วนี้  30-40 % ของชาวบ้านต้องมาอพยพมาทำงานเป็นแรงงานชั่วคราวในประเทศไทย

ด้านโภชนาการ: ข้าวเหนียว ถือเป็นอาหารหลักและมีอาหารที่ประกอบด้วยปลาเป็นหลัก ส่วนเนื้อจะมีการบริโภคเพียง 1-2 ครั้งต่อเดือน

 

แหล่งอนุรักษ์เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

แหล่งอนุรักษ์นี้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 1995 เป็นช่วงที่มีการจัดทำเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาทั่วพื้นที่สี่พันดอนโดยการสนับสนุนของโครงการชุมชนประมงและการอนุรักษ์โลมาของลาว(Lao Community Fisheries and Dolphin Protection Project (LCFDPP)[i] ชาวบ้านตกลงกันเลือกพื้นที่แอ่งน้ำลึกในแม่น้ำอยู่ทางตะวันออกของดอนเพื่อให้เป็นแหล่งอนุรักษ์ของชุมชน โดยนับจากเดือน12 ถึงเดือน 7 ตามเดือนจันทรคติ (เดือนพฤศจิกายน-มิถุนายน) ซึ่งเป็นช่วงฤดูแล้ง ห้ามจับปลาหรือวางเครื่องมือดักปลาในบริเวณนั้น ผู้ใดฝ่าฝืนกฎต้องเสียค่าปรับ ระหว่างฤดูฝน ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นและกระแสน้ำจะไหลแรง ทำให้ยากต่อการจับปลาในบริเวณนั้นอยู่แล้ว กลายเป็นว่า บริเวณนั้นกลายเป็นพื้นที่ปิดสำหรับการหาปลาตลอดทั้งปี

[i] รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับภูมิภาคสี่พันดอน ในบรรณานุกรมอ้างอิงของ  Baird(2001)

2

นายน.หัวหน้าหมู่บ้านและนายพ.อดีตหัวหน้าหมู่บ้าน ทั้งคู่ผู้นำปัจจุบันของหมู่บ้าน เล่าว่า เมื่อ 20 ปีก่อน  มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น โดยมีชาวบ้านจากที่อื่นเข้ามาหาปลาโดยไม่ได้ใส่ใจและจับเอาเอา ปลากวง(Bosemania microlepis),  ชนิดพันธุ์ปลาที่เคยอาศัยอยู่แถวนี้ไปจำนวนมาก จับไปมาก  ช่วงนั้นผู้นำชาวบ้านเริ่มกังวลว่าปลากวงอาจจะสูญพันธุ์ไป และรัฐบาลบาลได้แจ้งพวกเขาเกี่ยวกับการจัดตั้งเขตอนุรักษ์ในแถบนั้น ผู้นำหมู่บ้านจึงได้ปรึกษาหารือกับชาวบ้านและตัดสินใจจัดทำเขตอนุรักษ์ เรียกว่า “วังสงวน” ขึ้นมารอบๆ พื้นที่แอ่งน้ำลึก (วัง) จรดแนวพื้นที่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน รวมถึงพื้นที่ซึ่งเคยเป็นพื้นที่วางไข่และอาศัยอยู่ของปลากวง[i] และรัฐบาลก็ได้อนุมัติ  โครงการได้ดำเนินการทำพิธีขอขมา “บวชวัง”[ii] ชาวบ้านชื่นชมว่า  ในช่วงเวลา 3 ปีหลังจากมีการจัดทำเขตอนุรักษ์ขึ้น ปริมาณปลาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ยิ่งไปกว่านั้น ชนิดพันธุ์ปลาที่เคยหายไปชั่วคราวกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่น ปลาเอิน (Probarbus spp.)

กระบวนการมีส่วนร่วมของคนหนุ่มสาวและเด็กๆในหมู่บ้านช่วงเทศกาลและความช่วยเหลือของพระสงฆ์ และความเป็นปึกแผ่นของชาวบ้านเป็นข้อค้นพบที่สำคัญจากการสัมภาษณ์เช่นกัน   อิทธิพลของเขตอนุรักษ์ได้แพร่กระจายออกไปเป็นอย่างมากในหมู่ชาวบ้าน นับว่าพื้นที่อนุรักษ์ภายในชุมชนตั้งอยู่ในจุดที่ดีและมีความเหมาะสมต่อการเฝ้าระวังของชาวบ้าน(ภาพประกอบที่ 2)

ลักษณะทางภูมิศาสตร์และสังคมของพื้นที่อนุรักษ์

พื้นที่อนุรักษ์ประกอบด้วยแอ่งน้ำซึ่งเป็นแหล่งที่มีปลาขนาดใหญ่ชุกชุม แต่ก็มีเหตุผลอื่นที่ชาวบ้านเลือกพื้นที่ที่แห่งนั้น พื้นที่ตอนล่างของหมู่บ้านเป็นพื้นที่ป่าน้ำท่วมหลากถึงเรียกว่า ป่าไคร้ หมายถึง ป่าไคร้พุ่มเตี้ย ดังเห็นในภาพประกอบที่ 3 ที่แสดงให้เห็นในเส้นสีเขียวจางๆ อยู่ริมฝั่งดอนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของหมู่บ้าน ปลาบางชนิดชอบกินดอกของต้นไคร้ และเป็นพื้นที่สำคัญที่ปลาจะหลบซ่อนตัวอยู่ได้ช่วงน้ำหลาก

ดังที่ชาวบ้านกล่าวไว้ ปลาหาพื้นที่ป่าน้ำท่วมขังเพื่อที่จะเป็นที่อาศัยเหมาะสม และพวกเขารู้ว่าจะเป็นแหล่งวางไข่ที่เหมาะสมของปลาบางชนิด พื้นที่อนุรักษ์จึงรวมไปถึงป่าไคร้ และบริเวณป่าไคร้ตอนล่างที่กว้างขวางอีกด้วย

3

กล่าวถึงชื่อที่มาของดอน “ทอละที”  เป็นชื่อตามตำนานของนักสู้ชื่อ ทอละพี กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพญาควายอาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ และมีคำทำนายว่า เขาจะถูกฆ่าโดยลูกชายของตัวเอง เขาจึงต้องฆ่าลูกควายที่เกิดเป็นตัวผู้ทุกตัว ครั้งหนึ่ง มีควายตัวหนึ่งกลัวว่าลูกของเธอจะถูกฆ่าตายดังเช่นตัวอื่น จึงหนีไปคลอดลูกอยู่ในถ้ำเพื่อไม่ให้ราชาควายเห็น เธอตั้งชื่อลูกควายว่า ทอละพี ซึ่งมีเรื่องราวให้ติดตามมากมายของเติบโตขึ้นเพื่อล้มล้างอำนาจของราชา เป็นที่เชื่อกันว่า ถ้ำในตำนานตั้งอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ที่เป็นวัง รวมไปถึงความเชื่อว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในป่าอยู่ติดกับแอ่งน้ำเรียกว่า “มเหศักดิ์” ซึ่งเป็นที่เคารพบูชา คนทั่วไปต่างเกรงขามพื้นที่ป่าแห่งนั้นเป็นทุนเดิมและไม่ค่อยจับปลามากในพื้นที่ใกล้เคียงเขตอนุรักษ์

 

เหตุผลที่ทำให้พื้นที่อนุรักษ์ประสบความสำเร็จ

มีเหตุผล 3 ประการที่เชื่อถือได้ว่า พื้นที่อนุรักษ์คงอยู่ได้และรักษาทรัพยากรอย่างยั่งยืน ประการแรกคือ สภาพสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่วางไข่และปลอดภัยของลูกปลาที่จะเติบโตในพื้นที่รอบๆ เขตอนุรักษ์ ที่ซึ่งทำหน้าที่ในการปกป้องพื้นที่อย่างได้ผล  มีพื้นที่อนุรักษ์หลายแห่งในแม่น้ำโขงตอนล่างเลือกพื้นที่แอ่งน้ำลึกเป็นพื้นที่หลักในการอนุรักษ์ที่ซึ่งช่วยลดการจับปลาในพื้นที่แอ่งน้ำลึกช่วงฤดูแล้งได้เป็นอย่างดี ในกรณีของดอนทอละที แหล่งอนุรักษ์ได้ครอบคลุมถึงพื้นที่วางไข่ของปลาหลายชนิดรวมปลากวง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ป่าไคร้อยู่ตอนล่างของพื้นที่อนุรักษ์ยังเห็นเป็นพื้นที่สำคัญด้านสภาพแวดล้อมและที่อยู่อาศัยของปลาอีกด้วย

เหตุผลประการที่สอง คือ ความเชื่อเกี่ยวกับผีและประเพณีความเชื่อของคนท้องถิ่นช่วยจำกัดการจับปลาของชาวบ้าน เพราะว่าชาวบ้านกลัวว่าจะทำผิดต่อเจ้าที่และคนที่ละเมิดกฎนี้จะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักมากกว่าปกติที่คนละเมิดกฎธรรมดาของพื้นที่อนุรักษ์เสียอีก

เหตุผลประการที่ 3  คือ เขตอนุรักษ์ได้มีการจัดตั้งอย่างเป็นทางการและการยอมรับจากทางรัฐบาลกลาง ดังนั้นจึงเป็นเครื่องมือที่ชาวบ้านใช้เพื่อที่จะเข้มงวดต่อการละเมิดกฎของบุคคลภายนอกชุมชนด้วย การเคารพนับถือผีและประเพณีความเชื่อของท้องถิ่นควบคุมพฤติกรรมชีวิตความเป็นอยู่ชาวบ้านแห่งนั้น แต่มีหลายกรณีที่ผู้มาเยือนหรือแขกต่างถิ่นที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ การจัดตั้งเขตอนุรักษ์อย่างเป็นทางการจึงช่วยสนับสนุนให้ชาวบ้านสามารถที่จะเข้มงวดกับการเข้าถึงบุคคลภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจัยทั้งสามประการนั้นคาดเดาได้ เกิดผลสัมฤทธิ์ร่วมกัน ช่วยเพิ่มความสำเร็จให้เขตอนุรักษ์มากยิ่งขึ้น ความสำเร็จของเขตอนุรักษ์ของดอนทอละทีเชื่อได้ว่า เกิดจากการรวมกันของปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและปัจจัยทางสังคม เพื่อบรรลุความสำเร็จของการจัดการเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาในลุ่มน้ำโขงอย่างยั่งยืน ไม่เพียงแค่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ที่สำคัญแต่ความเชื่อทางศาสนาและเรื่องเล่าของแต่ละชุมชนก็ถูกนำมาใช้ได้ดี

 

อ้างอิง

Baird, I. G. 2001. Towards sustainable co-management of Mekong River inland aquatic resources, including fisheries, in Southern Lao PDR. Pages 89–111 in G. Daconto (eds.),

Siphandone wetlands. CESVI Cooperation and Development, Bergamo, Italy.

 

Baird, I. G., B. Phylavanh, B. Vongsenesouk, and K. Xaiyamanivong. 2001. The ecology and conservation of the smallscale croaker Boesemania microlepis (Bleeker 1858-59) in the mainstream Mekong River, Southern Laos. Natural History Bulletin of the Siam Society 49:161–176.

 

[i] มีหนึ่งหมู่บ้านใกล้เคียงกับดอนทอละทีที่มีพื้นที่อนุรักษ์เช่นเดียวกันกำลังประสบปัญหาจากการลดลงของปลาอย่างมาก สาเหตุจากการปล่อยปละละเลยของชาวบ้าน

[ii] ปลากวงจะส่งเสียงร้องในช่วงฤดูวางไข่ ชาวบ้านรู้จักดีว่าเป็น “เสียงร้องของปลา” พื้นที่แอ่งน้ำลึกที่ปลากวงจะส่งเสียงร้องช่วงเดือนพฤษภาคมตามเดือนจันทรคติ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเป็นพื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งวางไข่

[iii] รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับภูมิภาคสี่พันดอน ในบรรณานุกรมอ้างอิงของ  Baird(2001)

[iv] พิธีกรรมทางศาสนาพุทธที่ได้จัดทำขึ้นเพื่อสถานที่หรือต้นไม้เพื่อสร้างการยอมรับและอุทิศตนให้เป็น “พระ”ตามหลักศาสนา  ซึ่งเป็นกิจกรรมการอนุรักษ์ทีมีจุดกำเนิดในประเทศไทย ในประเทศไทย ลาว กัมพูชา มีชาวพุทธจำนวนมาก การทำร้ายพระสงฆ์เท่ากับทำลายหลักการศาสนาอย่างร้ายแรง ดังนั้นจึงเป็นการใช้จิตวิทยาคัดคานกันระหว่างพวกที่อาจจะลักลอบตัดไม้ที่บวชแล้วหรือทำลายพื้นที่ทางจิตวิญญาณ ซึ่งจะมีการลงโทษทางสังคมต่อพฤติกรรมดังกล่าวที่หนักกว่า ดังนั้น การจัดพิธีกรรมนี้จึงนับเป็นการช่วยสนับสนุนแนวทางการความรู้ของพื้นที่และเป้าหมายของการอนุรักษ์ของชาวบ้านรอบๆพื้นที่ได้

NO COMMENTS

Leave a Reply