แถลงการณ์ ก่อนจะเดินหน้าโครงการเขื่อนใหม่ในแม่น้ำโขง ต้องปฏิรูปอย่างจริงจัง และมีการศึกษาระดับลุ่มน้ำ

วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560

กรุงเทพฯ ประเทศไทย วันนี้เป็นวันแรกของการประชุมกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภูมิภาค 2 วันที่จัดขึ้นโดยคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission – MRC) เพื่ออภิปรายผลการศึกษาของ MRC และกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้า PNPCA สำหรับเขื่อนปากแบง ซึ่งเป็นเขื่อนแห่งที่ 3 บนแม่น้ำโขงสายประธานตอนล่าง

องค์กรแม่น้ำนานาชาติ International Rivers ได้ติดตามอย่างใกล้ชิดต่อสถานการณ์ในแม่น้ำโขง และกระบวนการตัดสินใจการพัฒนาเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำในลุ่มน้ำโขง และต้องการเผยแพร่แถลงการณ์ดังต่อไปนี้

“การเร่งรีบเดินหน้ากระบวนการปรึกษาหารือสำหรับเขื่อนปากแบง ในขณะที่ยังมีข้อกังวลที่สำคัญเกี่ยวกับกระบวนการตัดสินใจระดับภูมิภาค เขื่อนไซยะบุรีและเขื่อนดอนสะโฮง ซึ่งก่อสร้างบนแม่น้ำโขงสายประธาน ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข จะทำให้เกิดความเสียหายต่อความร่วมมือที่จะจัดการลุ่มน้ำโขงให้เป็นประโยชน์ เท่าเทียม และยั่งยืน สำหรับประชาชนทุกคนที่อาศัยสองฝั่งน้ำ
การเริ่มต้นกระบวนการปรึกษาหารือฯ สำหรับเขื่อนปากแบงครั้งนี้ถือว่าเร็วเกินไป เป็นการเพิกเฉยต่อบทเรียนก่อนหน้านี้ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาโครงการอย่างรอบด้านและมีเวลาอย่างเพียงพอ เพื่อให้สามารถประเมินผลอย่างจริงจังโดยประเทศและประชาชนในลุ่มน้ำโขง ทั้งในส่วนที่เป็นต้นทุนและกำไรของโครงการ
เท่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ กระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้า กำลังเกิดขึ้นโดยขาดเจตจำนงทางการเมืองจากประเทศสมาชิกในการพยายาม “อย่างสุจริตใจ” เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามความตกลงเกี่ยวกับการพัฒนาโครงการใด ๆ ในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ก่อนจะมีการประเมินโครงการต่อไปตามกระบวนการปรึกษาหารือฯ จำเป็นต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในการตรวจสอบกรณีการสร้างเขื่อนไซยะบุรีและเขื่อนดอนสะโฮง รวมทั้งข้อกังวลต่างๆ ที่ประเทศสมาชิกได้เรียกร้องมา อาทิ ห้มีการศึกษาข้อมูลพื้นฐานและการประเมินผลกระทบข้ามพรมแดน ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีการจัดทำ

เจ้าของ/ผู้พัฒนาต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าโครงการเขื่อนนี้จะไม่สร้างให้เกิด “อันตรายร้ายแรง” และให้หลักฐานเพื่อยืนยันถึงประสิทธิภาพของมาตรการบรรเทาผลกระทบ รวมทั้งการเปิดให้มีการตรวจสอบจากสาธารณะ

การสร้างเขื่อนไฟฟ้าในแม่น้ำโขงในขณะนี้ขาดความยั่งยืน และเป็นการมองในระยะสั้น วิธีทำงานแบบรายโครงการ/รายเขื่อน ทำให้สังคมไม่สามารถเห็นถึงผลกระทบสะสมเนื่องจากเขื่อนหลายแห่งบนแม่น้ำโขงที่ถูกสร้างพร้อม ๆ กัน และผลกระทบด้านลบที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากการสร้างเขื่อนใหม่แต่ละแห่ง เราไม่สามารถประเมินผลกระทบจากเขื่อนปากแบงแยกเป็นโครงการเดี่ยว ๆ ได้ หากต้องพิจารณาร่วมกับเขื่อนไซยะบุรีและเขื่อนดอนสะโฮงซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างแล้ว รวมทั้งผลกระทบจากเขื่อนแม่น้ำโขงตอนบน ในประเทศจีน และรวมถึงโครงการอื่น โดยเฉพาะเขื่อนปากลายและเขื่อนสานะคาม
แม้ว่าคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการใด ๆ แต่มีอำนาจหน้าที่ในการส่งเสริมความร่วมมือเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างเท่าเทียมและยั่งยืนของแม่น้ำโขง เพราะแม่น้ำโขงสำคัญต่อประชาชนในภูมิภาค เราจำเป็นต้องพัฒนาให้เกิดกระบวนการที่น่าเชื่อถือ มีส่วนร่วม และโปร่งใส เพื่อประกันว่าจะมีการรับฟังเสียงของชุมชนต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบ และประกันว่าการตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการเขื่อนในแม่น้ำโขงจะอยู่บนพื้นฐานการศึกษาที่รอบด้านระดับลุ่มน้ำ รวมทั้งการศึกษาของคณะมนตรีแม่น้ำโขง

MRC ได้ยอมรับถึงความจำเป็นที่จะต้องทบทวนตามกระบวนการนี้ และได้รวบรวมบทเรียนที่เกิดขึ้นและข้อเสนอแนะจากเขื่อนที่ผ่านมา แต่กลับไม่มีการนำมาพิจารณาก่อนเริ่มกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้าครั้งใหม่สำหรับเขื่อนปากแบง MRC ต้องเป็นการหาทางแก้ไขอย่างจริงจัง ก่อนจะยอมให้โครงการใหม่ ๆ เดินหน้าต่อไปได้”

ข้อมูลเพิ่มเติม
เขื่อนปากแบง เป็นโครงการไฟฟ้าพลังน้ำที่ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำโขงสายประธานตอนล่าง เขื่อนแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองปากแบง แขวงอุดมไซ ตอนเหนือของลาว ประมาณ 530 กม.ด้านท้ายน้ำจากเขื่อนจิงหง (Jinghong Dam) ซึ่งเป็นโครงการไฟฟ้าพลังน้ำด้านใต้สุดของโครงการเขื่อนต่าง ๆ ในแม่น้ำโขงตอนบน และตั้งอยู่ 258 กม.ด้านเหนือน้ำจากเขื่อนไซยะบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างในประเทศลาว มีการประกาศการเริ่มต้นของกระบวนการตามระเบียบปฏิบัติเรื่องการแจ้ง การปรึกษาหารือล่วงหน้า และข้อตกลง (Procedures for Notification, Prior Consultation, and Agreement – PNPCA) สำหรับเขื่อนปากแบง เมื่อวันที่ 13 มกราคม ภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง และมีการกำหนดวันที่เริ่มต้นของกระบวนการ PNPCA ในวันที่ 20 ธันวาคม 2559

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู: https://www.internationalrivers.org/node/10852

การศึกษาของคณะมนตรีแม่น้ำโขงเป็นผลมาจากความตกลงระหว่างประเทศสมาชิกทั้งสี่ของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ในที่ประชุมคณะมนตรีเมื่อเดือนธันวาคม 2554 ทั้งนี้เพื่อศึกษาการจัดการและการพัฒนาที่ยั่งยืนสำหรับแม่น้ำโขง การศึกษาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่ออุดช่องว่างด้านองค์ความรู้ที่สำคัญเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจของการพัฒนาทรัพยากรน้ำในแม่น้ำโขง รวมทั้งผลกระทบของโครงการไฟฟ้าพลังน้ำในแม่น้ำสายประธาน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดดู: http://www.mrcmekong.org/highlights/the-study-on-sustainable-management-and-development-of-the-mekong-river-including-impacts-of-mainstream-hydropower-projects/

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อ:
Maureen Harris, Southeast Asia Program Director, mharris@internationalrivers.org
เพียรพร ดีเทศน์ ผู้ประสานงานการรณรงค์ประเทศไทย International Rivers โทรศัพท์ +66 81 422 0111 อีเมล์ pai@internationalrivers.org

NO COMMENTS

Leave a Reply