ความกังวลเกิดขึ้นหลังจากโครงการเขื่อนปากแบงเริ่มเดินหน้าการปรึกษาหารือล่วงหน้า

 

 

ในวันศุกร์ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission – MRC)  จัดประชุมครั้งแรกตามกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้าสำหรับโครงการเขื่อนปากแบง เขื่อนแห่งที่สามที่จะก่อสร้างในแม่น้ำโขงสายประธาน ภายหลังการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรีและเขื่อนดอนสะโฮง เจ้าหน้าที่จากประเทศลาว กัมพูชา เวียดนาม และไทยให้ความเห็นชอบในการประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม 2559 เพื่อกำหนดวันเริ่มต้นกระบวนการอย่างเป็นทางการ การประชุมเพื่อผลักดันโครงการครั้งนี้เกิดขึ้นสองเดือน หลังจากรัฐบาลลาวแจ้งอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงในเดือนพฤศจิกายน ถึงเจตจำนงที่จะเดินหน้าโครงการเขื่อนปากเบง โดยยังไม่มีการเผยแพร่เอกสารโครงการรวมทั้งการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อสาธารณะแต่อย่างใด

จากการประกาศของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง International Rivers มีท่าทีดังต่อไปนี้

“เราเสียใจอย่างยิ่งต่อการประกาศของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงว่า กระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้าสำหรับโครงการเขื่อนปากแบง ซึ่งเป็นเขื่อนแห่งที่สามในแม่น้ำโขงสายประธาน ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ในขณะที่ยังมีความกังวลอย่างจริงจังต่อกระบวนการตัดสินใจและการพัฒนาโครงการเขื่อนไซยะบุรีและเขื่อนดอนสะโฮง ซึ่งยังไม่ได้รับการแก้ไข ในขณะที่คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงยอมรับถึงปัญหานี้ แต่ที่ผ่านมารัฐบาลในภูมิภาคยังไม่มีข้อตกลงร่วมกันในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้าสำหรับทั้งสองโครงการที่ผ่านมา การสร้างเขื่อนไซยะบุรีและเขื่อนดอนสะโฮงเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว โดยที่เราไม่สามารถเพิกเฉยต่อความกังวลที่ยังมีอยู่ได้ และต้องได้รับการแก้ไขก่อนจะมีการพิจารณาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำแห่งใหม่ในแม่น้ำโขงตอนล่าง

เราเชื่อว่าเป็นการแสดงความไม่รับผิดชอบของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ที่เริ่มต้นกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้าสำหรับโครงการเขื่อนปากแบง ก่อนจะมีการทบทวนอย่างเป็นทางการตามระเบียบปฏิบัติเรื่องการแจ้ง การปรึกษาหารือล่วงหน้า และข้อตกลง (Procedures for Notification, Prior Consultation, and Agreement – PNPCA) และต้องมีการทบทวนจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ก่อน นอกจากข้อวิจารณ์ที่มาจากผู้เข้าร่วมในกระบวนการปรึกษาหารือที่ผ่านมา รวมทั้งชุมชนในแม่น้ำโขง แหล่งทุนระหว่างประเทศซึ่งมีส่วนให้ทุนสนับสนุนโครงการกับพวกเขายังชี้ให้เห็นข้อจำกัดและปัญหาที่ชัดเจนของระเบียบปฏิบัติเรื่องการปรึกษาหารือล่วงหน้า พันธมิตรเพื่อปกป้องแม่น้ำโขง รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ ได้จัดทำข้อเสนอเพื่อปรับปรุงกระบวนการนี้แล้ว และแม้ว่าทางสำนักเลขาธิการ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงจะแสดงพันธกิจที่มีต่อข้อเสนอแนะนี้ แต่ที่ผ่านมายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือการปรับปรุงใด ๆ อย่างเป็นรูปธรรม ที่ผ่านมายังไม่มีการเผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับโครงการต่อสาธารณะ แม้ว่าจะเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการอย่างเป็นทางการ สะท้อนให้เห็นกระบวนการที่ขาดความโปร่งใสเมื่อเปรียบเทียบกับโครงการที่ผ่านมา

เขื่อนปากแบงอาจส่งผลกระทบข้ามพรมแดนที่ร้ายแรงต่อชุมชนในไทยและชุมชนตลอดทั่วลุ่มน้ำโขง และยิ่งทำให้ผลกระทบของโครงการที่มีอยู่รุนแรงขึ้น จากการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ รวมทั้งการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์สำหรับเขื่อนในแม่น้ำโขงสายประธาน (Strategic Environmental Assessment on Mekong Mainstream Dams) ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงเอง พบว่าการสร้างเขื่อนพร้อมกันหลายแห่งในแม่น้ำบริเวณนี้ จะทำให้เกิดผลกระทบเพิ่มขึ้นอย่างมากต่อการประมง การไหลของตะกอนและลักษณะทางอุทกวิทยา วิธีบริหารจัดการและเดินเครื่องเขื่อนยังอาจส่งผลกระทบต่อธรรมชาติ และอาจทำให้ระดับของผลกระทบขยายวงขึ้น การประเมินผลกระทบข้ามพรมแดน การประเมินเชิงสะสม และการศึกษาที่ครอบคลุมระดับลุ่มน้ำ ล้วนเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นเพื่อให้ได้ข้อมูลสำหรับการตัดสินใจระดับภูมิภาคเกี่ยวกับการพัฒนาเขื่อนในแม่น้ำโขงสายประธาน แต่ลักษณะการดำเนินงานแบบโครงการต่อโครงการที่เป็นอยู่นี้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากระเบียบปฏิบัติเรื่องการปรึกษาหารือล่วงหน้าแบบที่เป็นอยู่ แทบไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องผลกระทบเชิงสะสม และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากโครงการจำนวนมากที่ได้รับการอนุมัติทีละครั้งไป และเป็นการก่อสร้างไปทีละโครงการ

หากรัฐบาลลาวจริงใจในการดำเนินงานอย่าง “สุจริตใจ” สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของความร่วมมือตามข้อกำหนดในความตกลงแม่น้ำโขง พ.ศ.2538 พวกเขาควรสั่งชะลอการวางแผนและการก่อสร้างเขื่อนปากแบงออกไป และตอบสนองข้อกังวลของประเทศเพื่อนบ้านและชุมชนในภูมิภาคที่มีต่อเขื่อนไซยะบุรีและเขื่อนดอนสะโฮง ด้วยการทำให้เกิดความโปร่งใส ก่อนจะเริ่มกระบวนการปรึกษาหารือครั้งใหม่ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงและรัฐบาลประเทศแม่น้ำโขง ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกต่อการจัดทำการศึกษาของคณะมนตรีแม่น้ำโขงให้แล้วเสร็จโดยสมบูรณ์ ซึ่งเป็นการศึกษาที่มีความเห็นชอบตั้งแต่ปี 2554 โดยประเทศสมาชิกทั้งสี่แห่ง ทั้งนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลสำหรับการตัดสินใจระดับลุ่มน้ำและภูมิภาคเกี่ยวกับการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงสายประธาน ยังไม่ควรมีการตัดสินใจใด ๆ เกี่ยวกับการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงสายประธานตอนล่าง จนกว่าปัญหาที่มีอยู่จะได้รับการแก้ไขโดยสมบูรณ์ รวมทั้งแนวทางที่จะทำให้เกิดการปรึกษาหารืออย่างจริงจังกับชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากเขื่อน

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

เขื่อนปากแบงตั้งอยู่ตอนเหนือน้ำห่างจากเมืองปากเบง แขวงอุดมไซ ตอนเหนือของลาวประมาณเจ็ดกิโลเมตร เป็นโครงการขนาด 912 เมกะวัตต์ และอยู่ตอนเหนือสุดของบรรดาโครงการเขื่อนขั้นบันไดทั้งหมด 11 แห่งที่จะมีการสร้างในแม่น้ำโขงสายประธาน คาดว่าจะเป็นเหตุให้ประชาชน 6,700 คนจาก 25 หมู่บ้านในลาวและสองหมู่บ้านในไทยต้องอพยพ เนื่องจากได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงการ 90% ของไฟฟ้าจากโครงการนี้จะส่งให้กับประเทศไทย ส่วนที่เหลืออีก 10% จะขายให้กับการไฟฟ้าผลิตแห่งลาว (Electricite du Laos)

   ความตกลงแม่น้ำโขง พ.ศ.2538 ระบุว่า การปรึกษาหารือล่วงหน้ามีจุดประสงค์เพื่อให้รัฐบาลประเทศสมาชิกสามารถอภิปราย และประเมินผลกระทบของโครงการในการใช้ประโยชน์จากแม่น้ำและผลกระทบอื่น ๆ ทั้งนี้เพื่อเป็นข้อมูลที่ใช้ในการบรรลุข้อตกลง โดยในความตกลงระบุว่า “การปรึกษาหารือล่วงหน้ามิได้เป็นทั้งสิทธิที่จะยับยั้งการใช้ หรือเป็นสิทธิแต่ฝ่ายเดียว ของประเทศภาคีใด ที่จะใช้น้ำโดยไม่คำนึงถึงสิทธิของประเทศภาคีสมาชิกอื่น”

 

แถลงการณ์จากเว็บไซต์ของ International Rivers  

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเขื่อนปากแบง

เอกสารเกี่ยวกับโครงการเขื่อนในแม่น้ำโขงตอนล่าง

เอกสารเกี่ยวกับการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง

NO COMMENTS

Leave a Reply