เขื่อนดอนสะโฮงแอบวางศิลาฤกษ์อย่างเงียบเชียบ

ภาพจากเพจ Pathed Lao
ภาพจากเพจ Pathed Lao

วันที่ 16 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา เฟสบุคเพจประเทศลาว ได้ลงภาพและเนื้อหาข่าวของการวางศิลาฤกษ์เขื่อนดอนสะโฮง ที่เมืองโขง แขวงจำปาสัก ขณะที่หน่วยงานราชการท้องถิ่นและรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่อนุญาตให้เพียงสื่อมวลชนท้องถิ่นเข้าไปทำข่าว ขณะที่สื่อกระแสหลักไม่ได้ทราบข่าวนี้

ภาพจากเพจ Pathed Lao
ภาพจากเพจ Pathed Lao

ก่อนที่โครงการจะเริ่ม ผู้พัฒนาโครงการได้ยืนยันว่า เขื่อนจะไม่มีผลกระทบต่อการอพยพต่อปลา แม้ว่าเขื่อนจะสร้างในบริเวณที่เป็นเส้นทางอพยพของสัตว์น้ำในแม่น้ำโขง แต่เนื่องจากยังมีช่องทางอีกมากมาย เช่น ฮูสำดำ ฮูซ้างเผือกและอื่นๆ

นายสมพอน พูมมะวง หัวหน้าหน่วยประมงให้สัมภาษณ์ว่า เขื่อนดอนสะโฮงจะไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อการอพยพของปลาเพราะว่ามีช่องอื่นๆ อีกมากมาย และผู้พัฒนาโครงการได้ได้ปรับปรุงช่องทางปลาให้กว้างและลึกขึ้นเพื่อให้ปลาผ่านได้ และได้ทำลายเครื่องมือประมงขนาดใหญ่ที่ผิดกฎหมายที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการอพยพของปลา เช่น หลี่ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าปลาจะอพยพขึ้นไปได้อย่างสะดวก บริษัทเมกะเฟริส์กได้ศึกษาเพื่อป้องกันผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคมตามมาตรฐานแล้ว

13493513_926575280805357_519457314_o

นายสมพอน พูมมะวง ยังกล่าวอีกว่า โครงการเขื่อนจะนำการพัฒนาและเศรษฐกิจที่ดีของลาว เพราะจะมีไฟฟ้าเพียงพอต่อภาคเกษตรกรรรมและครัวเรือนในภาคใต้ของลาว และรัฐบาลจะมีรายได้จากการส่งออกไฟฟ้า

ขณะที่นายแดง เพ็ดบุนมา ชาวบ้านหางสะดำกล่าวว่า ตั้งแต่เขื่อนเริ่มสร้าง ผมเห็นว่าประชาชนที่อยู่ใกล้ๆ มีงานทำ และมีการปรับปรุงช่องทางปลาให้ปลาผ่านได้สะบายมากขึ้น ตอนนี้ในตลาดดาวเรืองมีปลาขายมากขึ้นกว่าเดิม และส่วนใหญ่มาจากเมืองโขง จำปาสัก ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เขื่อนที่กำลังก่อสร้างไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการอพยพของปลา

นายบุญเฮือง ชาวประมงที่บ้านดอนสะโฮง กล่าวว่า หลังจากมีโครงการในพื้นที่ ได้ช่วยให้ชีวิตครอบครัวของเขาดีขึ้น มีงานทำ โครงการได้ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือชาวบ้าน ให้ทุน ให้เมล็ดพันธุ์ และสอนเทคนิคด้านการเกษตร ปศุสัตว์และอื่นๆ และตอนนี้จับปลาได้ประมาณ 7-8 กิโลกรัมต่อวัน บางวันได้มากถึง 20-30 กิโล โครงการนี้ไม่ได้มีผลกระทบต่อการอพยพของปลาและประชาชนยังมีปลากินทุกวัน

โครงการเขื่อนดอนสะโฮง กำลังก่อสร้างคืบหน้า 8 % โดยเริ่มสร้างตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2558 ที่ผ่านมา และคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ ปี 2562 มูลค่าการลงทุนมากกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีบริษัทเมกะเฟริสก์สัญชาติมาเลเซียถือหุ้น 80% และการไฟฟฟ้าลาวถือหุ้น 20% ในสัญญาสัมปทาน 25 ปี

ที่มา https://www.facebook.com/421087478095038/photos/pcb.535788539958264/535788219958296/?type=3&theater

NO COMMENTS

Leave a Reply