วันพฤหัส, พฤศจิกายน 23, 2017

0

– 1 –

นั่งรถทัวร์มาลง อ.เชียงของ ยามเช้า สบตาแม่น้ำโขงที่พรมแดน
จากกรุงเทพ-อ.เชียงของ จ.เชียงราย ค่ารถทัวร์ 700-800 บ. จะเที่ยวเชียงของค้างสักคืน หรือจะต่อไปลาวเลยสายๆ วันนั้นก็ได้ เชียงของเป็นเมืองเล็กๆ น่ารัก ฝั่งตรงข้ามคือ เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ลาว

1

– 2 –

ลาแล้วเมืองไทย ไปด่าน ตม. ที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว
ถือพาสปอร์ต ตีตราออกประเทศได้เลย แล้วขึ้นรถทัวร์ ข้ามสะพานน้ำโขง 25 บาท

2

– 3 –

ท่าเรือเมืองห้วยทราย
ถึงฝั่งลาวแล้วกรอกใบ ตม. แล้วนั่งรถสามล้อ ไปท่าเรือ มีเรือโดยสารออกช่วงสายๆ 9-11 น. ค่าเรือถึงหลวงพระบาง ราวๆ 900-1,000 บาท

3

– 4 –

เลาะเลียบแม่น้ำโขงที่ชายแดน ไปจริงๆ แล้วนะ ..
แม่น้ำโขงบริเวณนี้ กั้นไทย-ลาว จาก อ.เชียงของ ถึงแก่งผาได อ.เวียงแก่น จากนั้นก็เข้าเขตลาว

4

– 5 –
ไร่ข้าวในสายหมอก-ฝนโปรย ณ ริมโขง
ปลายฝนแบบนี้ข้าวไร่ของชาวบ้านกำลังออกรวงสวยเชียว

5

– 6 –
มีสวนกล้วยจีนด้วย ..
เนี่ย..ที่เคยอ่านในข่าว สวนกล้วยหอมส่งออกจีน มาเช่าปลูกกล้วยส่งกลับจีน มีปัญหามากเลย เพราะใช้สารเคมีมากๆๆ จนแขวงบ่อแก้วระงับการขยายพื้นที่

6

– 7 –
สวัสดี เมืองปากแบง
หาเกสต์เฮาส์พักกันคืนนี้ ราวๆ 5 ชม. เราก็ล่องมาถึงที่ปากแบง แถวๆ นี้มีโครงการเขื่อนกั้นน้ำโขงด้วยคือ เขื่อนปากแบง จะสร้างโดยทุนไทย+จีน

7

– 8 –
ปากแบง เมืองพักของนักเดินทาง
ที่ปากแบงมีที่พักหลากหลาย เพราะเรือส่วนใหญ่จะมาจอดกันที่นี่เพื่อพักครึ่งทาง มีแบบรีอสอร์ตหลายพันบาท แต่ขอแนะนำเกสต์เฮาส์ ราคาย่อมเยา 300-600 บาท ก็พักได้สบายๆ ร้านอาหารก็มีแบบฝรั่ง หรือร้านปิ้งเป็ด ส้มตำ ก็อร่อยๆมากๆ แต่อาหารแพงสักนิด จานละ 60-100 บาท

8

– 9 –
เช้าแล้ว ไปกันต่อ มุ่งหน้าหลวงพระบาง
หมอกยามเช้าที่ท่าเรือปากแบงนี่เรายอมแพ้จริงๆ กดชัดเตอร์แบบรัวๆ รีบลงเรือกันหน่อยนะเพราะวันนี้เรือจะใช้เวลา 6-7 ชม. เพราะระยะทางไกลนิดส์

9

– 10 –
ชมเกาะแก่งแห่งแม่น้ำโขง
ล่องน้ำโขงแบบสวยๆ กันต่อ แถวๆ นี้ เกาะแก่งแม่น้ำโขงเยอะมาก และสวยงามในช่วงน้ำลด-ก่อนเข้าฤดูแล้ง

10

– 11 –
ถึงแล้ว..หลวงพระบาง
ขึ้นจากเรือแล้วเดินหาที่พักกันได้ตามใจ+งบประมาณ หรือจะเลือกมาก่อนก็ได้ มีเป็นร้อยๆ แห่ง มาถึงหลวงพระบางต้องไปไหว้พระที่ วัดเชียงทอง ไอคอนของเมืองมรดกโลกแห่งนี้เลยทีเดียว

11

– 12 –
ขากลับ ขอบิน
เข้ากรุงเทพมีทั้งสายการบินลาว บางกอกแอร์เวย์ แอร์เอเชีย ฯลฯ หรือใครจะกลับเชียงใหม่ก็มีสายการบินลาว ออกทุกวัน ใครมีเวลาอีกก็นั่งรถทัวร์ ไปเที่ยววังเวียง-ต่อเข้าเวียงจัน แล้วข้ามสะพานกลับไทย ที่หนองคาย ก็ย่อมได้เช่นกัน อีกทาง ก็นั่งรถทัวร์ ผ่านไซยะบุรี เข้าไทยที่ จ.เลย ก็น่าสนนะ12

————————-

dtq8eqkwed73238
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานเผย สปป.ลาว เป็นหนี้ค่าไฟ กฟผ.เกือบ 6,000 ล้านบาท โดยจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาแนวทางปลดหนี้ให้โดยเฉพาะ ระบุยังมีโครงการที่มีศักยภาพที่อยู่ในระหว่างการเจรจาอีก 6 โครงการกำลังการผลิตรวมประมาณ 2,700 เมกะวัตต์ (ที่มาภาพประกอบ: crossed-flag-pins.com)

received_10153519008186689
รายงานข่าวของสำนักข่าวพนมเปญโพสต์ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมาว่า ชาวบ้านในเขตตำบลทาลา บาริวัต พบปลาตายนับร้อยกิโลกรัม ขณะที่นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมโทษว่าการก่อสร้างเขื่อนดอนสะโฮงตอนเหนือน้ำเป็นสาเหตุสำคัญ และมีเจ้าหน้าที่รัฐกล่าวว่า ปลาเหล่านั้นถูกวางยาเบื่อโดยคนหาปลาของลาว

12834580_10153307087601689_592742370_n
4 March 2016
2 March 2016, night time, (GMT -6), Berta Cáceres was shot dead by two assailants in her home. Her brother also was injured.

Ms. Cáceres, who is member of the Lenca indigenous group and the environmental rights activist, has co-founded National Council of Popular and Indigenous Organizations of Honduras for protecting the human rights of the Lenca indigenous peoples from
the construction of the Aqua Zarca Dam located at Gualcarque River where the Lenca people live. Ms. Cáceres fought for the Lenca in various forms such as legal advocacy, prosecution, community consultation and empowerment, complaint submission to the Inter-American Commission on Human Rights, etc.

In 2015, she was awarded the Goldman Prize, one of the most prestigious awards for grass-roots environmentalism.

The New York Time reported that although the Inter-American Human Rights Commission had ordered protective measures for Ms. Cáceres, she was not under the protection of
the Honduran security forces on the day of her death.

What Ms. Cáceres has devoted herself is to raise a call for human rights of the indigenous peoples to protect national resources as regarded as the community heritage for more than 500 years. She, in association with her network, has opposed the dam construction by requesting for a community consultation prior decision making and project development.

After the Coup d’ Etat in Honduras in 2009, the military has established a junta and granted many concessions and projects involving with the dam, mining, mineral, to the private companies. These grants seized and deprived the community resources for profits.
The Aqua Zarca Dam where Ms. Cáceres put her efforts against the dam’s construction has been granted for the Sinohydro, the Chinese state-owned dam developer. After the constant protests and pressures, the Sinohydro gave up the project.

Some of us may have met and recognized her at a five-day conference on large dams under the rallying cry of “Rivers for Life” (2003) where roughly 300 grassroots activists, people affected by large dams and representatives from NGOs gathered in a small village in Rasi Salai district in Northeast Thailand. We are very aware that how it was when the community was ignored and the voices were never heard without participation in decision making.

We, the tormentors from the dams in the river basins and mines in Thailand and the civil society whose names are endorsed below, condemn those who committed, or were otherwise responsible for, this inhuman act. We also call on the Honduras government to initiate the investigation and proceed the judicial process immediately.

List of Organizations Endorsing the Call to Condemn March 4, 2016
1 Karen Studies and Development Center
2 Community Resource Centre Foundation (CRC)
3 Land Watch Working Group
4 The campaign for Public Policy on Mineral Resources : PPM
5 Thai network of the people who own mineral resources
6 Eco-Culture Study Group
7 Youth Leadership for Social Change Project, Thai Volunteer Service Foundation
8 Nonthaburi Healthy Public Policy Foundation
9 Green World Foundation
10 Focus on the Global South
11 ENLAWTHAI Foundation (EnLAW)
12 Local Action Links (Local Act)
13 Living River Siam Association
14 Mekong Community Institute (MCI)
15 Orphya Institute
16 Mae Yom River Basin Network
17 Takorn Yom Youth Group
18 Rat Sathorn Rak Pah Group
19 Chiang Kong Mekong School on Local Knowledge
20 Mekong-Lanna Natural Resources and Culture Conservation Networks
21 Upper Mae Jam River Basin Community Conservation Network
22 Khonanurak Facebook page
23 Tamm Mun Project
24 Sustainable Agriculture Foundation (Thailand)
25 Alternative Agriculture Network
26 Seub Nakasatiean
27 Thai Climate Justice
28 NET Foundation
29 Greenpeace Southeast Asia
Dr. Chainarong Sretthachau Mahasarakham University
Darunee Paisarnpanichkul, Lecturer, Faculty of Law, Chiang Mai University
Preeda Thongchumnum, Lawyer
Pattranit Yaodum, Lawyer
Janejin Ema, Lawyer

 

 

Translated by Jirawat Suriyashotichyangkul

Berta Caceres 2015 Goldman Environmental Award Recipient

 

4 มีนาคม 2559

เมื่อกลางดึกคืน วันที่ 2 มีนาคม 2559 เวลา ท้องถิ่นประเทศฮอนดูรัส คนร้าย 2 คนได้บุกเข้ามาใน บ้านของนักสิทธิและสิ่งแวดล้อมสาวชาวฮอนดูรัส เบอรร์ตา คาเซอเรส ทำให้เธอเสียชีวิตและพี่ชาย ได้รับบาดเจ็บ

เบอร์ตา เป็นนักอนุรักษ์ชาติพันธุ์เลนกา เธอร่วมก่อตั้งสภาประชาชนและองค์กรชาติพันธุ์แห่งฮอนดูรัส (National Council of Popular and Indigenous Organizations of Honduras) ทำงาน เพื่อปกป้องสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองที่จะเดือดร้อนจากการสร้างเขื่อน Aqua Zarca Dam บนแม่น้ำ Gualcarque ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของชนเผ่าพื้นเมืองชาวเลนกา โดยเธอทำงานในหลายรูปแบบทั้งการใช้กฎหมาย ยื่นฟ้องศาล จัดประชุมกับชุมชนที่จะได้รับผลกระทบ ให้ความรู้และสร้างความเข้มแข็ง แก่ชุมชน ยื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนภูมิภาคอเมริกากลาง เป็นต้น

และเมื่อปี 2558 เธอได้รับรางวัล Goldman Environmental Prize ซึ่งเป็นรางวัลสิ่งแวดล้อมระดับโลก

ข่าวจากนิวยอร์ค ไทมส์รายงานว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนภูมิภาคอเมริกากลาง ได้สั่งให้มีมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่เธอ แต่ในวันเกิดเหตุกลับไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ด้วย

สิ่งที่เธอทำ คือการเรียกร้องสิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง ที่จะปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นมรดกของชุมชน ที่สืบทอดกันมากว่า 500 ปี เธอและเครือข่ายได้คัดค้านการสร้างเขื่อน โดยเรียกร้องสิทธิเพื่อให้ชน เผ่าพื้นเมืองได้รับการปรึกษาหรือก่อนที่จะตัดสินใจก่อสร้าง โครงการ

นับตั้งแต่การ รัฐประหารที่ฮอนดูรัสในปี 2552 รัฐบาลทหารได้ให้สัมปทานทั้ง เขื่อน เหมืองแร่ และโครงการอื่นๆ แก่บริษัทเอกชน ซึ่งเป็นการยึดเอาทรัพยากรของชุมชนมาค้ากำไร โครงการเขื่อนที่เธอต่อ ต้านนั้นรัฐบาลทหารได้ให้สัมปทานแก่แก่บริษัทจีน Sinohydro แต่หลังจากการประท้วงอย่างต่อ เนื่องของชุมชนทำให้บริษัทจีนจำเป็นต้องถอนตัวออกไป

พวกเราบางคนได้ เคยพบและรู้จักเธอในครั้งที่มีการประชุมผู้เดือดร้อนจากเขื่อน ทั่วโลก ที่เขื่อนราษีไศล ลุ่มน้ำมูน ในปี 2546 (Rivers for Life 2003) เรารู้ดีว่าการที่ชุมชนถูกกระทำ และเสียงของชุมชนไม่เคยได้ยิน ไม่มีโอกาสใดๆ ในกระบวนการตัดสินใจ เป็นอย่างไร

เครือข่ายผู้ เดือดร้อนจากเขื่อนในลุ่มน้ำต่างๆ และเหมืองแร่ ในประเทศไทยและองค์กรภาคประชา สังคมที่ลงชื่อด้านท้ายนี้ ขอ ประณามใครก็ตามที่กระทำการอันป่าเถื่อนนี้ เราเรียกร้องรัฐบาลฮอนดูรัส ให้สอบสวนดำเนินคดีผู้กระทำความผิดทันที และดำเนินตามกระบวนการยุติธรรม

ร่วมลงลงนามโดย

1 ศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา Karen Studies and Development Center
2 มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน (ศขช) Community Resource Centre Foundation (CRC)
3 Land Watch Working Group
4 โครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านทรัพยากรแร่ The campaign for Public Policy on Mineral Resources : PPM
5 เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ ประเทศไทย
6 กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา
7 โครงการพัฒนาคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
8 มูลนิธินโยบายสุขภาวะ จ.นนทบุรี
9 มูลนิธิโลกสีเขียว Green World Foundation
10 โครงการศึกษาและปฏิบัติการงานพัฒนา (โฟกัส)
11 มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW)
12 Local Action Links (Local Act)
13 สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต
14 สถาบันชุมชนลุ่มน้ำโขง
15 สถาบันอ้อผะญา อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
16 เครือข่ายลุ่มน้ำภาคเหนือ
17 กลุ่มตะกอนยม
18 กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า ต.สะเอียบ จ.แพร่
19 โฮงเฮียนแม่น้ำของ
20 เครือข่ายอนุรัษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงล้านนา
21 เครือข่ายชุมชนรักษ์ป่าลุ่มน้ำแม่แจ่มตอนบน
22 คนอนุรักษ์
23 โครงการ ทามมูล จ.สุรินทร์
24 มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)
25 เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก

ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ Chainarong Sretthachau มหาวิทยาลัย มหาสารคาม
ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ปรีดา ทองชุมนุม นักกฎหมาย
ภัทรา นิษฐ์ เยาดำ นักกฎหมาย
เจนจิณณ์ เอมะ

11897050_10152976256681689_1486717530_n

(25 สิงหาคม 2558) สำนักข่าวเดอะการ์เดียน รายงานเรื่องราวของนักต่อสู้เรื่องน้ำแห่งอินเดีย กำลังจะเดินเท้าข้าม 5 ทวีป เพื่อปลุกกระแสการรณรงค์เรื่องแม่น้ำและการเข้าถึงธรรมชาติเพื่อให้สหประชาชาติรับรองเป็นสิทธิมนุษยชน

ฤดูฝนนี้ ทีมงานเว็บไซต์ mymekong.org จะชวนคุณๆ ไป slow life บันทึกความงามของธรรมชาติของแม่น้ำโขง ใน 5 สถานที่ริมแม่น้ำโขงสุดฟิน ที่อยากให้คุณไปลอง Slow Life กันดู คุณอาจจะเคยไปแต่ยังไม่รู้จักดี บางแห่งคุณอาจจะไม่เคยไปและนึกถึงเลยก็ได้ ไปดูกันก่อนที่ แม่น้ำโขงจะเปลี่ยนแปลงไปครับ ..ไปกันๆๆ ตามนี้เลย..

1

1. 9 พันโบก-บุ่งผา ที่ผาแต้ม โขงเจียม

9 พันโบก-บุ่งผา ที่ผาแต้ม โขงเจียม อุทยานแห่งชาติผาแต้มครอบคลุม อ.โขงเจียม อ.ศรีเมืองใหม่ และอ.โพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่านานาชนิด มีจุดเด่นที่สวยงามตามธรรมชาติมากมาย เช่น ผาชัน น้ำตกสร้อยสวรรค์ เสาเฉลียง ถ้ำปาฏิหารย์ ภูนาทาม เป็นต้น อีกทั้งยังมีภาพเขียนสีโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ อายุราว 3,000-4,000 ปี ที่บริเวณผาขาม ผาแต้ม ผาเจ็ก ผาเมย และถือได้ว่าเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรก ในประเทศไทยที่มีแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทย และประเทศลาวเป็นแนวเขตอุทยานแห่งชาติที่ยาวที่สุด ทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ป่าเขาทางฝั่งประเทศลาวได้เป็นอย่างดี

เบื้องล่างที่มองเห็นมีบรรยากาศท้องถิ่นวิถีวัฒนธรรมงดงาม มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญๆในเชิงวิถีชีวิต

ด้านล่างนี้เองห่างออกไปจากหมู่บ้านตามุย เพียง 10 กิโลเมตร สามารถล่องเรือไปถึงจุดชมวิวที่เรียกว่า 9,000 โบก ได้ภายในระยะเวลา 45 นาที

9,000 โบก ชาวบ้านเรียกกันว่า “บุ่งผา” หาดบุ่งผา เป็นที่พักสำหรับคนหาปลาทั้งในอดีตและปัจจุบัน มีลักษณะของหิน มี “โบก” จำนวนมากมีอายุการกัดกร่อนโดยแม่น้ำโขงราวๆ 1,000 ปี มีความสวยงาม และเหมะสำหรับนักท่องเที่ยวที่นิยมชมวิวสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติที่แวดล้อมไปด้วยลานหินที่ยื่นออกไปใจกลางแม่น้ำโขงมีที่เหมาะสำหรับแวะนั่งเล่นในยามเย็น

แนะนำให้เดินทางไปชมตอนบ่ายสามโมง ใช้เวลาเดินเที่ยวชมไม่นานหากต้องการตั้งแคมป์ปิ้งก็อาจติดต่อกับชาวบ้านตามุยได้ ในตอนกลับก็ล่องเรือมาชมพระอาทิตย์ตกน้ำและชื่นชมความงามของวิถีชีวิตผู้คนริมสองฝั่งโขงที่ยามเย็นลงมาเล่นมาอาบตามท่าน้ำต่างๆได้ 9,000 โบก รอท่านมาสัมผัสความงามในช่วงฤดูน้ำลด ตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์-มิถุนายน

 

2

2. แก่งคุดคู้ หาดหินกรวดที่สวยที่สุดในประเทศไทย

แก่งคุดคู้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนไทยรู้จักดี แต่คุณรู้ไหมว่า “แก่งคุดคู้” เป็นหาดหินกรวดขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวริมฝั่งแม่น้ำโขงที่มีความเฉพาะและสวยงามมาก พื้นที่หาดกว่า 50 ไร่ ปูพรมด้วยหินกรวดเกลี้ยงทั้งเล็กและใหญ่เป็นผืนกว้าง หินกรวดเหล่านี้ถูกกระแสน้ำโขงพัดพามาภูเขาหลายแห่งทั้งในเขตไทยและลาว มาตกปูพื้นบริเวณแก่งคุดคู้ แม่น้ำโขงช่วงนี้มีความกว้างมาก เพราะแก่งคุดคู้ที่กั้นขวางทางน้ำทำให้แม่น้ำโขงเกิดความคดโค้งและชะลอกระแสการไหลของน้ำและทำให้หินกรวดกลายเป็นหาดและตกตะกอนเป็นเนินทรายขนาดใหญ่ ที่แห่งนี้ยังเป็นพื้นที่สำคัญทางวัฒนธรรมของคนลุ่มน้ำโขง มีตำนานการเกิดขึ้นแม่น้ำโขงโดย “ท้าวจึ่งคึ่งดังแดง นอนตะแคงจุฟ้า” ของคนอีสาน และ “ปู่ระหึ่ง” ของคนภาคเหนือ ในประเทศไทย เป็นอีกแห่งที่คุณต้องไปฟินให้ได้ แต่ต้องจ้องดูจังหวะการปล่อยน้ำของเขื่อนจีนดีๆ เผื่อจะได้ไปชมหาดหินกรวดแบบเต็มๆตา ไม่มีน้ำท่วมนะ

 

3 3. ปากน้ำเหือง-สบแม่น้ำโขง

หากคุณขึ้นไปยืนบนยอดภูพระใหญ่ บ้านท่าดีหมี ต.ท่าดีหมี อ.เชียงคาน จ.เลย คุณจะต้องพบเห็นความยิ่งใหญ่ของแม่น้ำโขงที่ “โค้งและวก” เข้าเขตประเทศไทยอีกช่วงหนึ่ง หลังจากไหลผ่านภาคเหนือของประเทศลาวหลายร้อยกิโลเมตร แม่น้ำโขงช่วงนี้มีขนาดกว้างเกือบ 500 เมตร และยังเป็นบริเวณที่เรียกว่า “ปากแม่น้ำเหือง” แม่น้ำสาขาที่กั้นอาณาเขตระหว่างอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลยและเมืองแก่นท้าว แขวงไซยะบุรี ประเทศลาว ช่วงต้นฤดูฝนน้ำเหืองจะมีสีแดงขุ่นเข้ม เพราะไหลผ่านภูเขาน้อยใหญ่ที่สลับซับซ้อนกัน ไหลลงไปยังแม่น้ำโขงที่มีสีเขียวใส ทำให้เกิดความสวยงาม และเป็นจุดสำคัญทางระบบนิเวศและวัฒนธรรมในแม่น้ำโขง มีปลาและสัตว์น้ำหลากหลายชนิด ว่ายทวนเข้าไปวางไข่ในแม่น้ำเหือง นอกจากนี้ยังมี “ศาลเจ้าพ่อปากเหือง” ตั้งอยู่ในเขตวัดป่า ที่ชาวบ้านแถบนั้นนับถือ นับเป็นอีกจุดหนึ่งที่คุณไม่ควรพลาดและไปสูดออกซิเจนเข้าปอดแบบยาวๆๆๆๆๆ ซึมซับความยิ่งใหญ่อลังการของแม่น้ำโขง ปากน้ำเหือง อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงคานไปตามถนนเลียบโขง 21 กิโลเมตร ถึงเชียงคาน เช่ามอไซด์วันละ 250 บาท ขับชิวๆ ตามถนนริมฝั่งแม่น้ำโขงไปนะครับ ฤดูฝนนี้เหมาะมาก

5

4. แก่งไก่

แก่งไก ณ แม่น้ำโขงบนพรมแดนไทย-ลาว เมื่อคุณใช้ถนนลัดเลาะแม่น้ำโขงจากสามเหลี่ยนมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย มุ่งหน้าไปทาง อ.เชียงของ บริเวณนี้มีระบบนิเวศแม่น้ำโขงที่แปลกตา เป็นเพราะเกาะแก่งน้อยใหญ่ (ที่ถูกบางคนมองว่าเป็นหินโสโครก-เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือพาณิชย์จากจีนลงมา)และนี่คือบ้านของปลา แหล่งหากินและวางไข่ที่สำคัญของปลาแม่น้ำโขง ก่อนถึงตัวอำเภอเชียงของ ราว 5 กม. คุณก็จะเห็นแก่งไก่ ที่จะสวยที่สุดในฤดูแล้งเมื่อแม่น้ำโขงลดระดับ ยามตะวันสนธยาโลมไล้แผ่นหินประติมากรรมกลางสายน้ำ ทำเอาหลายๆ คนหลงใหลแม่น้ำโขงที่เชียงของเอามากมาย

4

5. ผายายเฒ่าเฝ้าน้ำ

ผายายเฒ่าเฝ้าน้ำ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ช่วงระหว่าง ห้วยทราย – เมืองปากแบ่ง ประเทศลาว ชะง่อนหินสีขาว คล้ายคนแก่นั่งอยู่ฐานผาหินที่ยื่นเข้ามาในแม่น้ำโขง แม่น้ำโขงตรงนี้มีความแคบระดับหนึ่ง ก่อนที่จะวกเว้าเข้าไป ทำให้เกิดนิเวศที่เรียกว่า “คกวี” และ “แก่งควาย” บริเวณนี้นับเป็นจุดเดินเรือที่ยากลำบากมากพอสมควร คนขับเรือและคนแถบนั้นมีความเชื่อกันว่า ผาย่าเฒ่าเฝ้าน้ำ มีความศักดิ์สิทธิ์มาก คนขับเรือต้องค่อยหย่อนข้าว หย่อนน้ำ ลงแม่น้ำโขง ช่วงที่เรือผ่านผาย่าเฒ่า เพื่อให้ย่าเฒ่าน้ำข้าวปลาอาหารไปเลี้ยงลูกหลานต่อไป บริเวณผายายเฒ่านี้ ห่างจากตัวเมืองปากแบ่งขึ้นมาประมาณ 10 กิโลเมตร ถ้าคุณเดินทางด้วยรถยนต์ คุณจะเห็นความสวยงามของระบบนิเวศนั้นอย่างชัดเจนมาก ชีวิตนี้ต้องไปครับ การเดินทาง Slow life ด้วยเรือ Slow boat จากเมืองบ่อแก้ว ไปถึงเมืองปากแบ่ง ใช้เวลา 5.30 ชม. แล้วนอนค้างที่เมืองปากแบ่งสักคืน แล้วหาเช่ารถมอไซด์หรือปั่นจักรยานแบบเสือภูเขา ขอย้ำว่า “เสือภูเขา” ปั่นไปชมกัน รับรองคุณจะได้เห็นความงามของแม่น้ำโขงอีกแบบที่ไม่มีในหนังสือท่องเที่ยวเล่มไหนๆ แน่นอน

 

—————

11311696_10152814912981689_1477589203_n
ปีพ.ศ. 2558 ระบบไฟฟ้ามีความต้องการไฟฟ้าสูงสุด 27,198 เมกะวัตต์ เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2558 ต่ำกว่าที่พยากรณ์ไว้ในแผน PDP 2015 ซึ่งท่านเพิ่งพิจารณาอนุมัติไป 1,853 เมกะวัตต์ (หรือเกินไปมากกว่ากำลังการผลิตติดตั้งของโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ 2 โรง)