วันเสาร์, กุมภาพันธ์ 24, 2018

15784683_10210752750270785_1593413267_o

ยุติโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง
ปกป้องผืนดินไทย และระบบนิเวศ-มรดกทางธรรมชาติ

28 ธันวาคม 2559

จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2559 ซึ่ง คณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาการเดินเรือระหว่างประเทศ ในแม่น้ำล้านช้าง – แม่น้ำโขง ค.ศ. 2015 – 2025 เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการขนส่งทางน้ำระหว่างประเทศ ในแม่น้ำล้านช้าง – แม่น้ำโขง และการดำเนินงานเบื้องต้น (งานศึกษาสำรวจออกแบบ) รวมทั้งเห็นชอบให้กรมเจ้าท่าเป็นหน่วยงานปฏิบัติและประสานงาน
เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง และองค์กรเครือข่ายภาคีลุ่มน้ำโขง ซึ่งทำงานติดตามสถานการณ์แม่น้ำโขงมาโดยตลอด ขอแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับมติครม. ดังกล่าว และถือเป็นความผิดพลาดอย่างรุนแรงที่รัฐไทย ยินยอมให้ดำเนินโครงการที่จะสร้างความเสี่ยงและผลกระทบร้ายแรง เนื่องจากโครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือพาณิชย์ ที่ผลักดันโดยจีนมาตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา มีวัตถุประสงค์จะทำให้แม่น้ำโขงกลายเป็นคลองส่งน้ำ เพื่อให้เรือสินค้าขนาด 500 ตัน สามารถเดินทางขนส่งสินค้าได้จากท่าเรือซือเหมา มณฑลยูนนาน ลงมาผ่านไทยไปจนถึงหลวงพระบาง ประเทศลาว

ที่สำคัญ เป็นที่สังเกตว่า ข้อตกลงว่าด้วยการเดินเรือเสรีที่ร่วมลงนาม โดย 4 ประเทศน้ำโขงตอนบน ได้แก่ จีน พม่า ลาว และ ไทย ว่าด้วยการเดินเรือระหว่าง 4 ประเทศ เท่านั้น ไม่ได้ระบุครอบคลุมถึงการปรับปรุงร่องน้ำหรือระเบิดแก่งแต่อย่างใด แต่หลังจากการลงนามของ 4 ประเทศ ทีมดำเนินการระเบิดแก่งของจีนก็เริ่มปฏิบัติการในพื้นที่พรมแดนจีน-พม่า และพรมแดนลาว-พม่า โดยอ้างว่า การ “บูรณะร่องน้ำ” ดังกล่าวกระทำโดยถูกต้องตามหลักสากล แต่สุดท้ายก็ติดขัดที่บริเวณพรมแดนไทย-ลาว ที่ จ.เชียงราย จึงนำมาสู่การผลักดันที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวจะดำเนินการบนแม่น้ำโขงสายประธาน ซึ่งประเทศ ลาว และ ไทย เป็นประเทศสมาชิกในคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง หรือ MRC ที่จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของข้อตกลงแม่น้ำโขงว่าด้วยกระบวนการ PNPCA แต่ไม่ปรากฏว่า มติครม.ดังกล่าวจะได้กล่าวถึงไว้แต่อย่างได้

เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง และองค์กรภาคีเครือข่ายลุ่มน้ำโขง เห็นว่าโครงการนี้จะสร้างผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม อย่างกว้างขวาง ดังนี้

1. ทำลาย “แก่งคอนผีหลง” ซึ่งเป็นแก่งขนาดใหญ่บนแม่น้ำโขง บริเวณพรมแดนไทย-ลาว ที่ จ. เชียงราย มีความยาว 1.6 กิโลเมตร และแก่งอื่น ๆ ในแม่น้ำโขง แก่งแม่น้ำโขง เป็นมรดกทางธรรมชาติอันทรงคุณค่า มีระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์และสลับซับซ้อน มีความสำคัญต่อวงจรชีวิตและเป็นแหล่งอาศัยและวางไข่ของ ปลา และ นก อีกทั้งยังเป็นพื้นที่หาปลาของชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโขง การทำลายแก่งเท่ากับทำลาย บ้านของปลา บ้านของนก และแหล่งอาหารของชุมชนริมฝั่งโขงทั้งสองประเทศ

2. ทำลาย แหล่งพืชพรรณบนแก่ง ริมฝั่งน้ำ และหาดแม่น้ำโขง พืชพรรณหลากชนิดบนแก่งหินและริมน้ำโขงมีความสำคัญต่อการชะลอการไหลหลากของแม่น้ำโขง และเป็นอาหารสำคัญของปลาชนิดกินพืช รวมถึง “ไก” สาหร่ายแม่น้ำที่มีเฉพาะถิ่น ซึ่งอาศัยแก่งใต้น้ำบริเวณหาดเป็นแหล่งเจริญเติบโต และเป็นรายได้สำคัญของคนริมฝั่งโขงในช่วงฤดูแล้ง

3. เกิดการพังทลายของชายฝั่ง และทำลายการเดินเรือของประชาชนริมฝั่งโขงทั้งไทยและลาว การระเบิดแก่งในแม่น้ำโขงออก จะทำให้เกิดกระแสน้ำที่ไหลแรงและเร็วมากขึ้น อาจจะทำให้เกิดการกัดเซาะริมตลิ่ง ซึ่งจะทำให้แม่น้ำกว้างขึ้นอีกด้วย อันจะส่งผลให้การเดินเรือสัญจรและการทำประมงของชาวบ้านในเขตอำเภอเชียงแสน เชียงของ และเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย อันเป็นอุปสรรคในการเดินเรือริมฝั่งและข้ามฝั่งของประชาชนสองฝั่งโขง อีกทั้ง จากการระเบิดแก่งและมีการเดินเรือ ขนาด 500 ตัน โครงการดังกล่าว ได้มีข้อกำหนดห้ามมิให้ประชาชนทั่วไปทำการที่กีดขวางการเดินเรือพาณิชย์ อาทิ ห้ามวางอวนจับปลาในแม่น้ำโขง ซึ่งจะทำให้ชาวบ้านสองฝั่งโขง ประสบปัญหาในการประกอบอาชีพประมงเป็นอย่างมาก

4. การค้าขายชายแดนมีการเจริญเติบโตและรวดเร็วมากขึ้นอยู่แล้ว จากการขนส่งโดยถนนเอเชีย หมายเลข 13 และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 เชียงของ – ห้วยทราย ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งสินค้าชายแดนระหว่างจีนและไทย อีกทั้ง ปัจจุบันก็ยังคงมีเรือขนส่งสินค้าจากมณฑลยูนานถึงท่าเรือเชียงแสนได้ตลอดปี ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศอยู่แล้ว การขนส่งและเดินเรือสินค้า ขนาด 500 ตัน ในอนาคตจะเป็นประโยชน์ของจีนเพียงประเทศเดียว แต่ต้องแลกกับทำลายระบบนิเวศสำคัญของแม่น้ำโขง จึงไม่มีความคุ้มค่าแต่อย่างใด

5. ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การเสี่ยงต่อการสูญเสียดินแดน เนื่องจากการปักปันเขตแดน ไทย-ลาว ตามสนธิสัญญาฝรั่งเศส ใช้ร่องน้ำลึกเป็นตัวชี้วัด หากมีการระเบิดแก่ง ปรับปรุงร่องน้ำ ก็จะทำให้ไทยสูญเสียดินแดนเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งเหตุผลข้อนี้เอง ที่ก่อนหน้านี้ในปี 2546 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ชะลอโครงการและให้มีการศึกษาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและเสนอให้กระทรวงกลาโหมจัดทำข้อตกลงกับประเทศลาวให้แล้วเสร็จในปี 2546 และทำให้โครงการยุติมาจนปัจจุบัน หากปล่อยให้เกิดการระเบิดแก่งขึ้นได้ตามโครงการดังกล่าว ซึ่งโครงการนี้อาจจะกลายเป็นโครงการ ที่เปิดโอกาสให้ประเทศเพื่อนบ้านมาละเมิดอธิปไตยของไทยได้

6. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดว่า โครงการที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดินแดนจะต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา แต่ปรากฏว่า มติครม.ดังกล่าว ยังมิได้ผ่านความเห็นของจากรัฐสภาแต่อย่างใด อันเป็นการละเมิดกฎหมายภายในประเทศ

7. โครงการนี้เป็นโครงการที่ตั้งอยู่บนแม่น้ำนานาชาติ ซึ่งมีกฎหมายระหว่างประเทศคุ้มครองการดำเนินโครงการที่ส่งผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้าน การลงนามร่วมกันของ 4 ประเทศ โดยไม่ได้ปรึกษาหารือกับกัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากโครงการเช่นเดียวกัน เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องชอบธรรม อีกทั้งยังขัดต่อทั้งข้อตกลงแม่น้ำโขง ว่าด้วย กระบวนการ PNPCA และ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยการบริหารจัดการแม่น้ำนานาชาติอีกด้วย

เครือข่ายประชาชน จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติโครงการดังกล่าวทันที เพื่อปกป้องผืนดินไทย และระบบนิเวศอันทรงคุณค่า

เหตุผลในการผ่านมติครม. ครั้งนี้ มีเบื้องลึกหรือข้อตกลงพิเศษกับจีนอยู่เบื้องหลังหรือไม่ สิ่งนี้ต้องอธิบายให้ประชาชนได้รับทราบทันที

ลงชื่อ
1 เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง
2 เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมล้านนา
3 เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน(คสข.)
4 สมาคมคนฮักถิ่น จ.อำนาจเจริญ
5 กลุ่มรักษ์เชียงของ
6 เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำอีสาน
7 ศูนย์พิทักษ์สิทธิการจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำชีตอนล่าง
8 เครือข่ายชุมชนคนฮักน้ำของ จ.อุบลราชธานี
9 กลุ่มรักษ์เชียงคาน
10 สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต
11 สมาคมสถาบันชุมชนลุ่มน้ำโขง
12 ภาคีความร่วมมือเพื่อการอนุรักษ์แม่น้ำอิง
13 www.mymekong.org
14 มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน
15 สมาคมรักษ์ทะเลไทย
16 มหาวิทยาลัยชาวบ้านลานหอยเสียบ
17 โครงการอาหารปันรัก
18 สมาคมเพื่อผู้บริโภคสงขลา
19 มูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ (Thai-Water Partnership)
20 เครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีสาน

0

– 1 –

นั่งรถทัวร์มาลง อ.เชียงของ ยามเช้า สบตาแม่น้ำโขงที่พรมแดน
จากกรุงเทพ-อ.เชียงของ จ.เชียงราย ค่ารถทัวร์ 700-800 บ. จะเที่ยวเชียงของค้างสักคืน หรือจะต่อไปลาวเลยสายๆ วันนั้นก็ได้ เชียงของเป็นเมืองเล็กๆ น่ารัก ฝั่งตรงข้ามคือ เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ลาว

1

– 2 –

ลาแล้วเมืองไทย ไปด่าน ตม. ที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว
ถือพาสปอร์ต ตีตราออกประเทศได้เลย แล้วขึ้นรถทัวร์ ข้ามสะพานน้ำโขง 25 บาท

2

– 3 –

ท่าเรือเมืองห้วยทราย
ถึงฝั่งลาวแล้วกรอกใบ ตม. แล้วนั่งรถสามล้อ ไปท่าเรือ มีเรือโดยสารออกช่วงสายๆ 9-11 น. ค่าเรือถึงหลวงพระบาง ราวๆ 900-1,000 บาท

3

– 4 –

เลาะเลียบแม่น้ำโขงที่ชายแดน ไปจริงๆ แล้วนะ ..
แม่น้ำโขงบริเวณนี้ กั้นไทย-ลาว จาก อ.เชียงของ ถึงแก่งผาได อ.เวียงแก่น จากนั้นก็เข้าเขตลาว

4

– 5 –
ไร่ข้าวในสายหมอก-ฝนโปรย ณ ริมโขง
ปลายฝนแบบนี้ข้าวไร่ของชาวบ้านกำลังออกรวงสวยเชียว

5

– 6 –
มีสวนกล้วยจีนด้วย ..
เนี่ย..ที่เคยอ่านในข่าว สวนกล้วยหอมส่งออกจีน มาเช่าปลูกกล้วยส่งกลับจีน มีปัญหามากเลย เพราะใช้สารเคมีมากๆๆ จนแขวงบ่อแก้วระงับการขยายพื้นที่

6

– 7 –
สวัสดี เมืองปากแบง
หาเกสต์เฮาส์พักกันคืนนี้ ราวๆ 5 ชม. เราก็ล่องมาถึงที่ปากแบง แถวๆ นี้มีโครงการเขื่อนกั้นน้ำโขงด้วยคือ เขื่อนปากแบง จะสร้างโดยทุนไทย+จีน

7

– 8 –
ปากแบง เมืองพักของนักเดินทาง
ที่ปากแบงมีที่พักหลากหลาย เพราะเรือส่วนใหญ่จะมาจอดกันที่นี่เพื่อพักครึ่งทาง มีแบบรีอสอร์ตหลายพันบาท แต่ขอแนะนำเกสต์เฮาส์ ราคาย่อมเยา 300-600 บาท ก็พักได้สบายๆ ร้านอาหารก็มีแบบฝรั่ง หรือร้านปิ้งเป็ด ส้มตำ ก็อร่อยๆมากๆ แต่อาหารแพงสักนิด จานละ 60-100 บาท

8

– 9 –
เช้าแล้ว ไปกันต่อ มุ่งหน้าหลวงพระบาง
หมอกยามเช้าที่ท่าเรือปากแบงนี่เรายอมแพ้จริงๆ กดชัดเตอร์แบบรัวๆ รีบลงเรือกันหน่อยนะเพราะวันนี้เรือจะใช้เวลา 6-7 ชม. เพราะระยะทางไกลนิดส์

9

– 10 –
ชมเกาะแก่งแห่งแม่น้ำโขง
ล่องน้ำโขงแบบสวยๆ กันต่อ แถวๆ นี้ เกาะแก่งแม่น้ำโขงเยอะมาก และสวยงามในช่วงน้ำลด-ก่อนเข้าฤดูแล้ง

10

– 11 –
ถึงแล้ว..หลวงพระบาง
ขึ้นจากเรือแล้วเดินหาที่พักกันได้ตามใจ+งบประมาณ หรือจะเลือกมาก่อนก็ได้ มีเป็นร้อยๆ แห่ง มาถึงหลวงพระบางต้องไปไหว้พระที่ วัดเชียงทอง ไอคอนของเมืองมรดกโลกแห่งนี้เลยทีเดียว

11

– 12 –
ขากลับ ขอบิน
เข้ากรุงเทพมีทั้งสายการบินลาว บางกอกแอร์เวย์ แอร์เอเชีย ฯลฯ หรือใครจะกลับเชียงใหม่ก็มีสายการบินลาว ออกทุกวัน ใครมีเวลาอีกก็นั่งรถทัวร์ ไปเที่ยววังเวียง-ต่อเข้าเวียงจัน แล้วข้ามสะพานกลับไทย ที่หนองคาย ก็ย่อมได้เช่นกัน อีกทาง ก็นั่งรถทัวร์ ผ่านไซยะบุรี เข้าไทยที่ จ.เลย ก็น่าสนนะ12

————————-

จีนยึดน้ำโขง - จีนยังโหมระเบิดเกาะแก่งหินในแม่น้ำโขงหลายจุดเพื่อรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ในอนาคต สร้างความลำบากให้แก่เรือเล็ก ผู้ประกอบการไทยแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มเครื่องยนต์เรือเป็น 2 เครื่อง
จีนยึดน้ำโขง – จีนยังโหมระเบิดเกาะแก่งหินในแม่น้ำโขงหลายจุดเพื่อรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ในอนาคต สร้างความลำบากให้แก่เรือเล็ก ผู้ประกอบการไทยแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มเครื่องยนต์เรือเป็น 2 เครื่อง

พลิกโฉมเศรษฐกิจ 9 เมืองชายแดน 4 ประเทศ เอกชนเมืองเชียงรายแนะทุนไทยปรับตัวรับอานิสงส์เท่าทันการเปลี่ยนแปลง เผยจีนไล่ระเบิดเกาะแก่งแม่น้ำโขงรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ ขณะที่ “ลาว” ผุดท่าเรือเมืองมอม ห่างเชียงแสน 13 กิโลเมตร ผงาดเป็น 1 ใน 14 เมืองท่าขนาดใหญ่ พร้อมศูนย์การค้าครบวงจร

14362716_1246629348701496_8790557767222343902_o
15 กันยายน 2559

ตามที่ปรากฎเป็นข่าวว่าขณะนี้ได้เกิดการสู้รบในรัฐกะเหรี่ยง ระหว่างกองกำลังกะเหรี่ยง DKBA และกองกำลังพิทักษ์ชายแดน BGF ที่เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพพม่า ในรัฐกะเหรี่ยง เขตแม่ตะวอ ตรงข้ามแม่น้ำเมยที่ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก และห่างจากบ้านสบเมย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เพียงไม่กี่สิบกิโมเมตร ซึ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องอพยพหนีภัยสงครามแล้วกว่า 3,000 คน มีข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่าการสู้รบดังกล่าวนี้มีความเกี่ยวข้องกับโครงการเขื่อนฮัตจี (Hat Gyi Dam) บนแม่น้ำสาละวิน ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้พยายามผลักดันมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

dtq8eqkwed73238
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานเผย สปป.ลาว เป็นหนี้ค่าไฟ กฟผ.เกือบ 6,000 ล้านบาท โดยจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาแนวทางปลดหนี้ให้โดยเฉพาะ ระบุยังมีโครงการที่มีศักยภาพที่อยู่ในระหว่างการเจรจาอีก 6 โครงการกำลังการผลิตรวมประมาณ 2,700 เมกะวัตต์ (ที่มาภาพประกอบ: crossed-flag-pins.com)

ภาพจากเพจ Pathed Lao
ภาพจากเพจ Pathed Lao

วันที่ 16 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา เฟสบุคเพจประเทศลาว ได้ลงภาพและเนื้อหาข่าวของการวางศิลาฤกษ์เขื่อนดอนสะโฮง ที่เมืองโขง แขวงจำปาสัก ขณะที่หน่วยงานราชการท้องถิ่นและรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่อนุญาตให้เพียงสื่อมวลชนท้องถิ่นเข้าไปทำข่าว ขณะที่สื่อกระแสหลักไม่ได้ทราบข่าวนี้

13699437_10209108609128284_890612412_o
รายงานข่าวระบุว่าเขื่อนปากแบงเป็น 1 ใน 5 โครงการเขื่อนบนแม่น้ำโขงทางภาคเหนือของลาว ตั้งอยู่ที่เมืองปากแบง แขวงอุดมไซ จะเริ่มก่อสร้างในปี 2017 (พศ.2560) ตามคำสัมภาษณ์ของนายวีละพน วีละวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและบ่อแร่

pic.jpg
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นายอนุกูล ตันติมาสน์ กรรมการและผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรมนุษย์และบริหารทั่วไป บริษัท ช.การช่าง จำกัด(มหาชน) ทำหนังสือแจ้งกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ว่า บริษัท ช.การช่าง (ลาว) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้ลงนามในสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาจ้างเหมาออกแบบจัดหา และก่อสร้าง สำหรับงานก่อสร้างเพิ่มเติม ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี กับบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด มูลค่ารวม 19,400 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาแล้วเสร็จประมาณเดือนตุลาคม 2562

13518037_926575190805366_1901928265_o

เว็บไซต์ฐานข้อมูลน้ำตกโลก www.worldwaterfalldatabase.com ระบุว่ากลุ่มน้ำตกและแก่งบนแม่น้ำโขงที่เมืองโขง ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นน้ำตกมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่แขวงจำปาสัก ภาคใต้ของลาว ติดชายแดนกัมพูชา บริเวณนี้เป็นช่วงที่แม่น้ำโขงแผ่ขยายออกเป็น 7 ช่องน้ำหลักที่ชาวลาวเรียกว่า “ฮู” และร่องน้ำอีกนับร้อยแขนง สายน้ำโขงไหลบ่าด้วยปริมาณน้ำมหาศาล น้ำตกเมืองโขงกินอาณาบริเวณจากฝั่งหนึ่งถึงอีกฝั่งประมาณ 10 กิโลเมตร ระดับความสูงของน้ำตกที่สูงสุดคือ 13.7 เมตร โดยส่วนใหญ่เป็นแก่งต่าง ๆ มากมาย