วันศุกร์, กันยายน 21, 2018

We, Thai Mekong People’s Network from Eight Provinces, declare our position from the Dialogue with Datang (Lao) Pak Beng Hydropower Co. Ltd.. We demand an integrated assessment of the Mekong dam cascade, including Xayaburi, Sanakham, Pak Beng and Don Sahong Dams. We support a Dialogue that builds on an evidence-based body of knowledge, and confirm our interest in an ongoing dialogue process.

17 มกราคม 2561

จากการประชุมเจรจาหารือระหว่างผู้แทนบริษัทต้าถัง(ลาว) เขื่อนไฟฟ้าปากแบ่ง จำกัด และตัวแทนภาคประชาชนริมแม่น้ำโขง เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมานั้น พวกเราได้แสดงจุดยืนชัดเจนในการปกป้องแม่น้ำโขงและวิถีชีวิตของประชาชนในลุ่มน้ำ เราเรียกแม่น้ำสายนี้ว่าแม่น้ำของ และแม่น้ำโขง คำว่าแม่ในภาษาไทย ลาว เขมร แปลว่าเป็นผู้ให้กำเนิดของพวกเรา เป็นแม่น้ำของพวกเราทุกคน ไม่ใช่เฉพาะเชียงของ ปากแบง หรือของประเทศไทย หรือประเทศใด เพราะแม่น้ำโขงเป็นทรัพยากรข้ามพรมแดน ในการเจรจาและตัดสินใจใดๆ เราต้องเคารพถึงความคิดของแต่ละฝ่าย ทั้งพี่น้องชาวบ้านที่อาศัยเป็นแหล่งหล่อเลี้ยงชีวิต ต้องคำนึงถึงทุกคนให้มีส่วนร่วม Inclusive Development และต้องเป็นการพัฒนาที่คำนึงถึงองค์ความรู้ Knowledge-based Development เป็นฐานในการพัฒนาและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ภาพ Sommai Iewprasert

นายฟาม ตวน ฟาน CEO สำนักงานเลขาธิการแม่น้ำโขง ได้ลงข้อคิดเห็นในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ เมื่อว้นที่ 6 พฤศจิกายน 2560 ว่า แผนการพัฒนาแม่น้ำโขงของจีนได้นำไปสู่การถกเถียงกันเรื่องสิ่งแวดล้อมและสังคมในประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่าง แผนการเดินเรือเพื่อการพานิชย์ได้สร้างความสนใจให้กับนักสิ่งแวดล้อม นักเคลื่อนไหว และสื่อต่างๆ มากมาย ซึ่งมีรายงานความคืบหน้าของการเตรียมการปรับรุงร่องน้ำโดยจีนในประเทศไทย

บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ วันที่ 2 ตุลาคม 2560

จีนต้องการความช่วยเหลือจากประเทศไทย และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จีนได้ส่งเจ้าหน้าที่ซึ่งพูดจาตรงไปตรงมา มาล็อบบี้ในเรื่องนี้ รัฐบาลจีนอยู่ระหว่าง “การพัฒนา” แม่น้ำโขงในหลายด้าน โดยโครงการที่ดำเนินการอยู่โครงการหนึ่งคือ การขุดลอกแม่น้ำ (หรือ “ระเบิดแก่งแม่น้ำโขง”) เพื่อให้เรือบรรทุกสินค้าที่กว้างถึง 100 เมตรสามารถเดินทางล่องแม่น้ำโขงได้เป็นระยะทางเกือบ 700 กิโลเมตรจากจีนตอนใต้ ที่มณฑลยูนนาน ลงมาถึงเมืองหลวงพระบาง ในลาว เพื่อส่งเสริมการค้า แต่ปัจจุบันเรือขนาดใหญ่ยังไม่สามารถแล่นผ่านแม่น้ำโขงได้หลายจุด

วันที่ 23 กันยายน 2560 นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากทนายความมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน ว่ามีหนังสือแจ้งคำสั่งศาลปกครองในคดีที่กลุ่มรักษ์เชียงของฟ้องกรมทรัพยากรน้ำ และคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย ในกรณีโครงการเขื่อนปากแบงบนแม่น้ำโขง โดยศาลมีคำสั่งไม่รับฟ้อง ซึ่งทางกลุ่มรักษ์เชียงของจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลปกครองสูงสุดเร็ว ๆ นี้


วีดีโอจาก www.youtube.com/watch?v=9ZlYBf2TqOw

หลังจากที่มีข่าวเขื่อนน้ำอ้าวในลาว แตกเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2560 ในโลกออนไลน์ของประเทศลาว มีการดพสต์คลิปเหตุการณ์เขื่อนแตก ซึ่งมีผู้ชมเกือบ 100,000 วิวแล้ว และมีการแสดงความเห็นต่อความห่วงใยของชาวบ้านในพื้นที่อย่างมากมาย

เขื่อนนี้ตั้งอยู่บริเวณเมืองท่าไซ แขวงเซียงขวางของลาว เป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กที่อยู่ใกล้ๆกับเขื่อนน้ำเงี้ยบ 2 ที่กำลังก่อสร้างได้ประมาณ 70 % โดยบริษัทโพธิ์ทอง อินเตอร์ กรุ๊ป ขณะนี้ทางหน่วยงานท้องถ่ินกำลังสำรวจความเสียหายทีเ่กิดขึ้นต่อประชาชนในพื้นที่และทางสิ่งแวดล้อม ขณะที่เมื่อวานมีรายงานข่าวว่า มีปลาตายในแม่น้ำจำนวนมาก ซึ่งประชาชนได้เก็บปลาเหล่านั้นมาบริโภค คาดว่าเขื่อนแตกในครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักชาวบ้านในพื้นที่ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะพันธุ์ปลา และคาดว่าต้องใช้งบประมาณและระยะเวลายาวนานกว่าจะฟื้นฟูได้

สำนักข่าวโทละโข่ง ของลาว รายงานเมื่อวันศุกร์ (15 กันยายน 2560) ว่า จากเหตุการณ์ที่เขื่อนน้ำอ้าวแตกเมื่บ่ายวันที่ 11 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบหนักต่อสิ่งปลูกสร้างของประชาชนและไร่นา สวนของชาวบ้าน ซึ่งทางบริษัทรับเหมาก่อสร้างก็พร้อมที่จะชดเชยและช่วยเหลือ โดยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับทางหน่วยงานภาครัฐ


เว็บไซต์ theedemarkets.com ของมาเลเซีย รายงานเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2560 ว่า ขณะนี้เขื่อนดอนสะโฮงคืบหน้า 28-29 %แล้ว และคาดว่าจะคืบหน้า 45-50 % ภายในสิ้นปีนี้ เว็บไซต์เข้าใจว่าขณะนี้การก่อสร้างโครการเร็วกว่ากำหนดถึง 3 เดือน ถึงแม้ว่าฤดูฝนจะเริ่มขึ้นในเดือนนี้และบางกิจกรรมในพื้นที่ก่อสร้าง เช่น ทางระบายน้ำเข้าและการขุดเจาะใต้น้ำจะช้าลงตัวลงและจะหยุดลงจนกว่าฤดูฝนจะหมดไปในเดือนตุลาคม อย่างไรก็ตามยังมีการก่อสร้างบริเวณโรงไฟฟ้าและการขุดเจาะต่อ เมื่อเร็วๆนี้ สายส่งไฟฟ้าได้เริ่มสร้างแล้ว มูลค่าการลงทุนกว่า 214 ล้านริงกิตมาเลเซีย ซึ่งมีเพียงพอในการก่อสร้างไปจนถึงไตรมาสแรกหรือวันที่ 31 มีนาคม 2018

ผู้ฟ้องคดี คือกลุ่มรักษ์เชียงของ โดย นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว นายจีรศักดิ์ อินทะยศ และนายพิศณุกรณ์ ดีแก้ว รวม 4 ราย
ผู้ถูกฟ้องคดี คือ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำกรมทรัพยากรน้ำ และคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย
ทนายความ คือ นางสาว ส.รัตนมณี พลกล้า นางสาวเฉลิมศรี ประเสริฐศรี มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน