วันศุกร์, กันยายน 21, 2018

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2558 ที่ผ่านมา เครือข่ายฮักน้ำของ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ได้จัดงานวันเด็กสองฝั่งโขง ซึ่งจัดขึ้นทุกปีต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 แล้ว โดยมีเด็กๆ ผู้ปกครอง และพี่น้องที่เป็นญาติ และ “เสี่ยว” จากบ้านสุละ คำตื้อ ดอนกุ่ม แขวงจำปาศักดิ์ ประเทศลาว ซึ่งอยู่ฟากแม่น้ำโขง ฝั่งตรงข้ามบ้านตามุย ต.ห้วยไผ่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี กิจกรรมนี้มีเด็กๆและพ่อแม่ทั้งสองฝั่งมาร่วมงานประมาณ 300 คน ซึ่งมีทีมนักกิจกรรมเยาวชนและนักศึกษากลุ่ม “ข้าวเหนียวปั้นน้อย” ม.อุบลราชธานี มาช่วยงานตลอดทั้งวัน

Figure 1 Rapid blasting and excavation of rock and sand closer to Guan Loei Port, picture taken by a boat driver in January 2015
Figure 1 Rapid blasting and excavation of rock and sand closer to Guan Loei Port, picture taken by a boat driver in January 2015

Chiang Khong Conservation Group, Mekong-Lanna Cultural and Natural Resources Conservation Network

Chiang Khong District, Chiang Rai, Thailand
11 January 2015

Normally, the Mekong at the Thailand-Lao border in Chian Rai’s Chiang Khong District gets lower in around October and is crystal clear in December. With the emerging Kai (weed) and boulders, villagers would normally go about and collect it as food and for sale. But later last year, from 25- 31December 2014, Kai has started to bud in front of Wat Had Krai where a group of housewives were collecting them for food and sale in the market. Each bunch costs 20 baht and the price was twice as higher than the previous year given the abnormal tide of the river making it more difficult to harvest Kai.

2MekongRapids01.2015.3

กลุ่มรักษ์เชียงของ เครือข่ายอนุรักษ์วัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติลุ่มน้ำโขง-ล้านนา
อ.เชียงของ จ.เชียงราย
11 มกราคม 2558

แม่น้ำโขงบริเวณพรมแดนลาว-ไทย ในอ.เชียงของ จ.เชียงราย โดยธรรมชาติจะเริ่มลดระดับในเดือนตุลาคม และใสสะอาดในเดือนธันวาคม ต้นไคร้น้ำ ก้อนหินผาโผล่พ้นน้ำ ไก หรือสาหร่ายแม่น้ำโขงเริ่มออกให้เก็บนำมาเป็นอาหารและนำมาขาย ปลายปีที่ผ่านมา (2557) ระหว่างวันที่ 25- 31ธันวาคม ไกที่เชียงของเริ่มออก โดยเฉพาะบริเวณดอนกูดหน้าวัดหาดไคร้ เริ่มมีกลุ่มแม่หญิงมาเก็บไกเพื่อบริโภคและนำมาขายในตลาด ราคากำมือละ 20 บาท ราคาสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมาที่มีราคาเพียงกำละ 10 บาท สาเหตุที่ราคาสูงขึ้นเนื่องจากปีก่อน (2556) ระดับน้ำในแม่น้ำโขงไม่ปกติ ไม่สามารถหาไกในแม่น้ำโขงได้

mekong-delta-tour_sinhcafe-travel_2
Nguyen Hong Phuong,โฆษกของคณะกรรมการกล่าวว่า เขื่อนตัวใหม่จะปิดกั้นฮูสะโฮง ซึ่งเป็นช่องทางอพยพของปลาหลายชนิด เธอกล่าวว่า คงมีปลาเพียงไม่กี่ชนิดที่สามารถผ่านเครื่องปั่นไฟของเขื่อนได้ เขื่อนฮูสะโฮงที่จะผลิดไฟฟ้าเพียง 260 เมกะวัตต์ จะทำลายระบบนิเวศและสุ่มเสียงด้านวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ โดยเฉพาะชาวประมงแม่้ำโขง

กลุ่มอนุรักษ์ป่าเขตร้อน Rainforest Rescue ชวนเพื่อนๆ ที่รักแม่น้ำโขง ร่วมลงชื่อจดหมายถึง นายก 4 ประเทศลุ่มน้ำโขง ให้ทบทวนเขื่อนดอนสะโฮง ที่จะปิดแม่น้ำโขง ณ มหานทีสีพันดอน

ลงชื่อได้ที่ https://www.rainforest-rescue.org/mailalert/979/the-mekong-river-means-life-stop-the-don-sahong-damDonsahong01-SM

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2557ที่หอประชุมอำเภอเชียงคาน จ.เลย ชาวบ้านมากกว่า 300 คน เข้าร่วมเวทีให้ข้อมูลกรณีเขื่อนดอนสะโฮง พิธีเปิดมีการแสดงวัฒนธรรมรำไทพวนและผีตาโขน พร้อมมอบพวงมาลัยและข้าวหลามต้อนรับรองผู้ว่าราชการจังหวัดเลยและอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำที่เดินทางมาเป็นประธานในเวที

16 ธันวาคม 2557

วันนี้ที่ อ.เมือง จ.หนองคาย มีการจัดประชุมให้ข้อมูลเกี่ยวกับเขื่อนดอนสะโฮง โดยจัดตามระเบียบที่กำหนดไว้ในข้อตกลงแม่น้ำโขง พ.ศ. 2538 ว่าประเทศที่จะสร้างเขื่อนที่จะกั้นแม่น้ำโขงสายหลักจะต้องมีการปรึกษาหารือล่วงหน้ากับประเทศอื่น ก่อนที่จะดำเนินโครงการได้ นับเป็นเขื่อนแห่งที่ 2 ที่กำลังจะมีการก่อสร้างกั้นแม่น้ำโขงสายหลัก

เชียงราย – กรมทรัพยากรน้ำ พร้อม MRC เปิดเวทีแจกแจงข้อมูลโครงการสร้างเขื่อนดอนสะโฮง เจอคนเชียงของขึ้นป้ายรุมต้าน ชี้ปิดกั้นเส้นทางเดินของปลาน้ำโขงไม่พอ ทำไทยถูกเขื่อนดักทั้งน้ำโขงตอนบน-ตอนล่าง

poster kongในโอกาสที่คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงจะจัดการปรึกษาหารือสาธารณะระดับภูมิภาคกรณีเขื่อนดอนสะโฮง ในวันที่ 12 ธันวาคม 2557 พันธมิตรเพื่อปกป้องแม่น้ำโขงขอเน้นย้ำข้อเรียกร้องให้ยกเลิกเขื่อนดอนสะโฮง และให้คุ้มครองแม่น้ำโขง เขื่อนดอนสะโฮงมีความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อการประมงและความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาค ซึ่งไม่อาจยอมรับได้ ทำให้อนาคตของแม่น้ำโขงและประชาชนในพื้นที่ตกอยู่ในอันตราย

IMG_0645

สรุปคดีและคำสั่งศาลปกครองสูงสุด กรณีฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเขื่อนไซยะบุรีคดีหมายเลขดำที่ ส.493/2555 ศาลปกครองกลาง

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2555 ประชาชน 8 จังหวัดลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ เชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ซึ่งเป็นผู้อาจได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรีกั้นแม่น้ำโขง ทั้งในด้านระบบนิเวศของแม่น้ำโขงและส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนอย่างร้ายแรง ได้ร่วมกันให้ตัวแทน ฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง ให้เพิกถอนการทำสัญญาซื้อไฟฟ้าของกฟผ. (PPA) เป็นคดีหมายเลขดำที่ ส.493/2555 ระหว่าง นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ที่ 1 กับพวกรวม 37 คน ผู้ฟ้องคดี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่ 1 คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ที่ 2 กระทรวงพลังงาน ที่ 3 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ 4 คณะรัฐมนตรี ที่ 5 ผู้ถูกฟ้องคดี

โดยขอให้ศาลมีคำพิพากษา ดังนี้