วันพฤหัส, พฤศจิกายน 23, 2017

ภาพ Sommai Iewprasert

นายฟาม ตวน ฟาน CEO สำนักงานเลขาธิการแม่น้ำโขง ได้ลงข้อคิดเห็นในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ เมื่อว้นที่ 6 พฤศจิกายน 2560 ว่า แผนการพัฒนาแม่น้ำโขงของจีนได้นำไปสู่การถกเถียงกันเรื่องสิ่งแวดล้อมและสังคมในประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่าง แผนการเดินเรือเพื่อการพานิชย์ได้สร้างความสนใจให้กับนักสิ่งแวดล้อม นักเคลื่อนไหว และสื่อต่างๆ มากมาย ซึ่งมีรายงานความคืบหน้าของการเตรียมการปรับรุงร่องน้ำโดยจีนในประเทศไทย

บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ วันที่ 2 ตุลาคม 2560

จีนต้องการความช่วยเหลือจากประเทศไทย และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จีนได้ส่งเจ้าหน้าที่ซึ่งพูดจาตรงไปตรงมา มาล็อบบี้ในเรื่องนี้ รัฐบาลจีนอยู่ระหว่าง “การพัฒนา” แม่น้ำโขงในหลายด้าน โดยโครงการที่ดำเนินการอยู่โครงการหนึ่งคือ การขุดลอกแม่น้ำ (หรือ “ระเบิดแก่งแม่น้ำโขง”) เพื่อให้เรือบรรทุกสินค้าที่กว้างถึง 100 เมตรสามารถเดินทางล่องแม่น้ำโขงได้เป็นระยะทางเกือบ 700 กิโลเมตรจากจีนตอนใต้ ที่มณฑลยูนนาน ลงมาถึงเมืองหลวงพระบาง ในลาว เพื่อส่งเสริมการค้า แต่ปัจจุบันเรือขนาดใหญ่ยังไม่สามารถแล่นผ่านแม่น้ำโขงได้หลายจุด

วันที่ 23 กันยายน 2560 นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากทนายความมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน ว่ามีหนังสือแจ้งคำสั่งศาลปกครองในคดีที่กลุ่มรักษ์เชียงของฟ้องกรมทรัพยากรน้ำ และคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย ในกรณีโครงการเขื่อนปากแบงบนแม่น้ำโขง โดยศาลมีคำสั่งไม่รับฟ้อง ซึ่งทางกลุ่มรักษ์เชียงของจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลปกครองสูงสุดเร็ว ๆ นี้


วีดีโอจาก www.youtube.com/watch?v=9ZlYBf2TqOw

หลังจากที่มีข่าวเขื่อนน้ำอ้าวในลาว แตกเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2560 ในโลกออนไลน์ของประเทศลาว มีการดพสต์คลิปเหตุการณ์เขื่อนแตก ซึ่งมีผู้ชมเกือบ 100,000 วิวแล้ว และมีการแสดงความเห็นต่อความห่วงใยของชาวบ้านในพื้นที่อย่างมากมาย

เขื่อนนี้ตั้งอยู่บริเวณเมืองท่าไซ แขวงเซียงขวางของลาว เป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กที่อยู่ใกล้ๆกับเขื่อนน้ำเงี้ยบ 2 ที่กำลังก่อสร้างได้ประมาณ 70 % โดยบริษัทโพธิ์ทอง อินเตอร์ กรุ๊ป ขณะนี้ทางหน่วยงานท้องถ่ินกำลังสำรวจความเสียหายทีเ่กิดขึ้นต่อประชาชนในพื้นที่และทางสิ่งแวดล้อม ขณะที่เมื่อวานมีรายงานข่าวว่า มีปลาตายในแม่น้ำจำนวนมาก ซึ่งประชาชนได้เก็บปลาเหล่านั้นมาบริโภค คาดว่าเขื่อนแตกในครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักชาวบ้านในพื้นที่ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะพันธุ์ปลา และคาดว่าต้องใช้งบประมาณและระยะเวลายาวนานกว่าจะฟื้นฟูได้

สำนักข่าวโทละโข่ง ของลาว รายงานเมื่อวันศุกร์ (15 กันยายน 2560) ว่า จากเหตุการณ์ที่เขื่อนน้ำอ้าวแตกเมื่บ่ายวันที่ 11 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบหนักต่อสิ่งปลูกสร้างของประชาชนและไร่นา สวนของชาวบ้าน ซึ่งทางบริษัทรับเหมาก่อสร้างก็พร้อมที่จะชดเชยและช่วยเหลือ โดยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับทางหน่วยงานภาครัฐ


เว็บไซต์ theedemarkets.com ของมาเลเซีย รายงานเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2560 ว่า ขณะนี้เขื่อนดอนสะโฮงคืบหน้า 28-29 %แล้ว และคาดว่าจะคืบหน้า 45-50 % ภายในสิ้นปีนี้ เว็บไซต์เข้าใจว่าขณะนี้การก่อสร้างโครการเร็วกว่ากำหนดถึง 3 เดือน ถึงแม้ว่าฤดูฝนจะเริ่มขึ้นในเดือนนี้และบางกิจกรรมในพื้นที่ก่อสร้าง เช่น ทางระบายน้ำเข้าและการขุดเจาะใต้น้ำจะช้าลงตัวลงและจะหยุดลงจนกว่าฤดูฝนจะหมดไปในเดือนตุลาคม อย่างไรก็ตามยังมีการก่อสร้างบริเวณโรงไฟฟ้าและการขุดเจาะต่อ เมื่อเร็วๆนี้ สายส่งไฟฟ้าได้เริ่มสร้างแล้ว มูลค่าการลงทุนกว่า 214 ล้านริงกิตมาเลเซีย ซึ่งมีเพียงพอในการก่อสร้างไปจนถึงไตรมาสแรกหรือวันที่ 31 มีนาคม 2018

ผู้ฟ้องคดี คือกลุ่มรักษ์เชียงของ โดย นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว นายจีรศักดิ์ อินทะยศ และนายพิศณุกรณ์ ดีแก้ว รวม 4 ราย
ผู้ถูกฟ้องคดี คือ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำกรมทรัพยากรน้ำ และคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย
ทนายความ คือ นางสาว ส.รัตนมณี พลกล้า นางสาวเฉลิมศรี ประเสริฐศรี มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน

 

ปลาตัวนี้จับได้ที่ริมแม่น้ำโขง ด้วยการยกยอโดยแม่หญิงบ้านยายใต้ ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย

ลาฝักพร้า (อังกฤษ: Freshwater wolf herring, Sword minnow, Long pectoral-fin minnow; ญี่ปุ่น: カショーロバルブ; ชื่อวิทยาศาสตร์: Macrochirichthys macrochirus) ปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae)

15 พฤษภาคม 2560

แม่น้ำโขง แม่ของพวกเราไหลยาว 4,909 กิโลเมตร จากที่ราบสูงธิเบต ผ่านดินแดนยูนนาน พม่า ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม ความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำโขงได้มอบพันธุ์ปลากว่า 850 ชนิด ปริมาณน้ำมหาศาลเพื่อการอุปโภค บริโภคและดินตะกอนอันอุดมที่เหมาะกับเกษตรกรรม และก่อเกิดวัฒนธรรมความเชื่อและเชื่อมโยงผู้คนทั้ง 6 ประเทศให้เป็นพี่น้องเดียวกัน กล่าวได้ว่า ทรัพยากรธรรมชาติอันเกิดจากความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศแม่น้ำโขง เป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจในหลายประเทศในรอบศตวรรษที่ผ่านมา